OpenAI เผยสาเหตุหลักปัญหา “Hallucinations” ในโมเดลภาษา AI พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขครั้งใหม่

OpenAI ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของโลก ได้เผยแพร่บทความวิจัยเรื่อง “Why Language Models Hallucinate” ที่อธิบายถึงสาเหตุหลักของปัญหา Hallucinations ในโมเดลภาษา AI ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่สุดในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน ปัญหา Hallucinations หมายถึงการที่โมเดล AI สร้างข้อมูลที่ฟังดูน่าเชื่อถือแต่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและการใช้งาน AI ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่การศึกษา การแพทย์ ไปจนถึงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สาเหตุหลักที่ 1: อคติในการฝึกและประเมินแบบดั้งเดิม การวิจัยของ OpenAI ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักเกิดจากวิธีการฝึกและประเมินโมเดลแบบดั้งเดิมที่ให้รางวัลกับการเดาทายมากกว่าการยอมรับความไม่แน่นอน นักวิจัยอธิบายว่าเมื่อระบบประเมินผลโดยใช้เพียงแค่ “ความถูกต้อง” เป็นหลัก โมเดลจะมีแนวโน้มที่จะเลือกการเดาคำตอบแทนที่จะแสดงความไม่แน่นอนหรือตอบว่า “ไม่ทราบ” ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะโมเดลไม่ได้รับการกระตุ้นให้ตอบ “ไม่รู้” แม้ในสถานการณ์ที่มีความไม่มั่นใจสูง แต่กลับได้รับรางวัลจากการให้คำตอบที่ “ฟังดูถูกต้อง” แม้ว่าจะไม่แน่ใจในความถูกต้องก็ตาม วิธีการประเมินแบบนี้ทำให้โมเดลเรียนรู้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ คือการสร้างข้อมูลเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการแสดงความไม่รู้ นักวิจัยให้ตัวอย่างว่า หากโมเดลถูกถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่มีในฐานข้อมูลการฝึก แทนที่จะตอบว่า “ไม่ทราบข้อมูลนี้” โมเดลจะพยายามสร้างคำตอบที่ฟังดูสมเหตุสมผลขึ้นมา ซึ่งอาจนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือเป็นเท็จ สาเหตุหลักที่ 2: ปัญหาในระดับ Pretraining การวิจัยยังเผยให้เห็นว่าปัญหา … Read more

“คนกับเนื้อ” และ “เขาวงกต” ภาพยนตร์เกาหลีเรื่องยาวที่น่าจับตามองในงาน BIFF ปีนี้

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานครบรอบ 30 ปี พร้อมส่งมอบการเฉลิมฉลองที่แท้จริงในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างมากของกิจกรรมฟอรัม การเสวนา และงานสัมมนาที่หลากหลายและมีคุณภาพมากกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงการนำเสนอผลงานภาพยนตร์คุณภาพสูงที่เป็นแก่นแท้ของเทศกาลภาพยนตร์ ความโดดเด่นของภาพยนตร์เกาหลีในปี 2025 สิ่งที่ทำให้เทศกาลปีนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจนคือความแข็งแกร่งและความโดดเด่นของภาพยนตร์เกาหลี ไม่เพียงแต่มีผู้กำกับหน้าใหม่ที่เปิดตัวผ่าน BIFF เป็นครั้งแรก แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้กำกับรุ่นใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงต้นอาชีพ อย่าง อิมซอนแอ และ ยางจงฮยอน ที่กลับมาพร้อมผลงานชิ้นที่สองหรือสามของพวกเขา ความสำคัญของผลงานเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียงการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้กำกับเหล่านี้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงอาชีพที่มั่นคงและเป็นการคาดเดาถึงผลงานในอนาคตและตำแหน่งของพวกเขาในวงการภาพยนตร์เกาหลี ในบทความชุดแรกของการรีวิวเทศกาลภาพยนตร์ปูซานล่วงหน้านี้ เราจะมาแนะนำผู้กำกับเกาหลีสองคนที่น่าจับตามอง พร้อมกับผลงานภาพยนตร์ของพวกเขา “คนกับเนื้อ” ผลงานการกำกับของ ยางจงฮยอน ในหมวด “ภาพยนตร์เกาหลีแห่งปัจจุบัน: พาโนรามา” ประวัติและพัฒนาการของผู้กำกับ ยางจงฮยอน “คนกับเนื้อ” เป็นผลงานการกำกับเรื่องที่สามของ ยางจงฮยอน หลังจากผลงานก่อนหน้านี้ ได้แก่ “เดอะ เพนชั่น” ในปี 2018 และ “คิล มี” ในปี 2009 แม้ว่าภาพยนตร์เชิงพาณิชย์เรื่องแรกของเขา “คิล มี” จะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักทั้งจากผู้ชมและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ แต่ผลงานชิ้นที่สองในรูปแบบ Omnibus อย่าง “เดอะ … Read more

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน มอบรางวัล ‘คามีเลีย 2025’ แก่ซิลเวีย ช้าง ผู้บุกเบิกภาพยนตร์สตรีเอเชีย

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (BIFF) ครั้งที่ 30 ได้ประกาศเลือก ซิลเวีย ช้าง ผู้กำกับและนักแสดงชาวไต้หวันผู้เป็นตำนาน เป็นผู้รับรางวัล ‘คามีเลีย 2025’ (2025 Camellia Award) รางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่สองของการร่วมมือระหว่างเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานและแบรนด์แชเนล เพื่อเชิดชูและยกย่องสตรีผู้มีผลงานโดดเด่นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก รางวัลคามีเลียเป็นการยกย่องบทบาทของสตรีในวงการภาพยนตร์และการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมและศิลปะของผู้หญิงผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมนี้ ชื่อรางวัลได้แรงบันดาลใจมาจากดอกคามีเลีย หรือ “ดอกทับทิม” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปูซาน และยังเป็นดอกไม้ที่กาเบรียล แชเนล ผู้ก่อตั้งแบรนด์แชเนลโปรดปรานมากที่สุด รางวัลนี้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี 2024 วิถีชีวิตและอาชีพการงานของซิลเวีย ช้าง ซิลเวีย ช้าง หรือชื่อจริงว่า “จาง ไซ่-เจีย” เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 1953 ที่เมืองจิ่าอี่ ประเทศไต้หวัน เธอเป็นบุคคลที่มีความสามารถหลากหลายในวงการภาพยนตร์ ทั้งในฐานะนักแสดง ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง และนักเขียนบท โดยเธอได้ทุ่มเทชีวิตให้กับวงการภาพยนตร์มาเป็นเวลากว่า 53 ปี นับตั้งแต่เธอเริ่มเข้าสู่วงการในยุคทศวรรษ 1970 ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษของการทำงาน ซิลเวีย ช้าง ได้แสดงในภาพยนตร์มากกว่า … Read more

รหัสรักซ่อนเร้น: เหตุใดแมวถึงชอบ “หันก้นให้เจ้าของดม?” – นักพฤติกรรมสัตว์เผยความจริงที่น่าประหลาดใจ

หากคุณเป็นคนเลี้ยงแมว คงเคยประสบกับเหตุการณ์ที่แมวของคุณเดินเข้ามาใกล้ แล้วเอาก้นมาแทงหน้าคุณกะทันหัน พฤติกรรมที่ดูแปลกประหลาดนี้กลับเป็นภาษารักแมวที่ลึกซึ้งกว่าที่คิด นักพฤติกรรมสัตว์และสัตวแพทย์ทั่วโลกเผยความจริงที่น่าแปลกใจ ว่าการ “แทงก้น” ของแมวนั้นเป็นการแสดงความไว้วางใจและความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด ภาษารักแมวที่มนุษย์เข้าใจผิด ดร.อิงกริด จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมวจาก Fundamentally Feline ในแอตแลนตา อธิบายว่า “ความจริงที่ว่าพวกมันรู้สึกสบายใจพอที่จะวางตัวเองในท่าที่เปราะบางแสดงถึงความไว้วางใจและความปลอดภัย นี่คือคำชมเชย ผู้คนไม่ควรมองเป็นสิ่งลบ” การกระทำที่ดูเหมือนหยาบคายนี้ จริงๆ แล้วเป็นสัญลักษณ์ของความไว้วางใจอย่างสูงสุด เมื่อแมวหันหลังให้คุณและยกหางขึ้น มันกำลังแสดงความเปราะบางที่ในธรรมชาติจะไม่ทำกับใครง่ายๆ “ในสังคมแมว การนำเสนอส่วนท้ายเป็นการทักทายมาตรฐานและท่าทางสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคมที่บ่งบอกถึงความไว้วางใจและมิตรภาพ” วิทยาศาสตร์เบื้องหลังพฤติกรรมลึกลับ ในโลกของแมว การสื่อสารผ่านกลิ่นมีความสำคัญยิ่ง แมวมีต่อมกลิ่นพิเศษที่เรียกว่า “scent glands” กระจายอยู่ทั่วร่างกาย “แมวมีต่อมกลิ่นมากมายรอบๆ ก้น ดังนั้นการนำเสนอส่วนนั้นจึงเป็นวิธีที่พวกมันรู้จักและสื่อสารกัน” ดร.ริต้า ไรเมอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมวรับรองและซีอีโอของ Cat Behavior Alliance อธิบายเพิ่มเติมว่า “เมื่อแมวสร้างความไว้วางใจกับแมวตัวอื่น พวกมันจะเสนอส่วนท้ายเป็นวิธีสื่อสารความมีไมตรีจิต เป็นวิธีการบอกว่า ‘ฉันเป็นมิตร ฉันยอมรับเธอ ฉันไม่ใช่ภัยคุกคาม’” การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เผยให้เห็นว่า “แมวมีต่อมกลิ่นที่ฐานหางที่บริเวณที่มันเชื่อมต่อกับหลัง และบางส่วนแม้แต่วิ่งผ่านหาง สัตว์เลี้ยงมักใช้ต่อมเหล่านี้ในระหว่างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น เมื่อพวกมันกำลังพันหางรอบตัวคุณหรือคุณกำลังลูบพวกมัน” … Read more

ปฏิวัติการเงิน: CFO ยุคใหม่ใช้ AI เปลี่ยนวิธีบริหารองค์กรแบบเดิมๆ ไปตลอดกาล

วงการการเงินองค์กรกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามาปฏิวัติบทบาทของ CFO จากการทำงานแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมง สู่การบริหารแบบอัจฉริยะที่สร้างผลลัพธ์ภายในไม่กี่นาที ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของผู้บริหารการเงินสูงสุด (Chief Financial Officer: CFO) กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ การปรากฏของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของ CFO อย่างพื้นฐาน จากการเป็นผู้จัดการข้อมูลทางการเงินแบบดั้งเดิม กลายเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลและเทคโนโลジี CFO แบบดั้งเดิม: รากฐานที่แข็งแกร่งแต่จำกัด CFO ในยุคก่อนหน้านี้ทำงานบนรากฐานที่แข็งแกร่งของความสัมพันธ์และประสบการณ์ พวกเขาสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการสร้างเครือข่ายที่กว้างขวาง ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน ประสบการณ์หลายทศวรรษในวงการการเงินทำให้ CFO แบบดั้งเดิมสามารถมองเห็นภาพรวมได้อย่างลึกซึ้ง พวกเขาเข้าใจความละเอียดอ่อนของธุรกิจและสามารถให้คำแนะนำที่มีคุณค่าแก่ผู้บริหารระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความไว้วางใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ เป็นอีกหนึ่งความสามารถพิเศษที่ CFO แบบดั้งเดิมมีเหนือกว่า ข้อจำกัดของการทำงานแบบเดิม อย่างไรก็ตาม การทำงานแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดที่สำคัญหลายประการ การสร้างรายงานทางการเงินที่ซับซ้อนต้องใช้เวลาหลายวัน หรือแม้กระทั่งหลายสัปดาห์ การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม Excel แบบดั้งเดิมกินเวลาอย่างมาก ความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ การคำนวณที่ซับซ้อนและการป้อนข้อมูลจำนวนมากเพิ่มโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจขององค์กร นอกจากนี้ การขาดเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ทำให้ CFO ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว … Read more

โรคซึมเศร้าส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัว นักวิชาการเผยกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

นักวิชาการด้านสุขภาพจิตและต่อมไร้ท่อเผยความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโรคซึมเศร้ากับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว โดยพบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักได้ 2 รูปแบบหลัก คือ กลุ่มที่เบื่ออาหารจนน้ำหนักลด และกลุ่มที่กินมากขึ้นจนน้ำหนักเพิ่ม การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าโรคซึมเศร้าไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่อารมณ์และจิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระบบเมตาบอลิซึมและการควบคุมน้ำหนักของร่างกายอย่างซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพ กลุ่มแรก: ผู้ป่วยสายเบื่ออาหาร – เมื่อคอร์ติซอลสูงทำลายความสุขจากการกิน นักวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากลุ่มที่มีอาการเบื่ออาหารและน้ำหนักลดนั้น มักจะมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงแบบเรื้อรัง ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีบทบาทสำคัญทั้งในการเป็นสาเหตุและผลของโรคซึมเศร้า คอร์ติซอลสูงเรื้อรัง: วงจรอุบาทว์ของโรคซึมเศร้า ดร.สมชาย นักวิชาการด้านจิตเวชศาสตร์ อธิบายว่า “คอร์ติซอลสูงเป็นทั้งเหตุและผลของโรคซึมเศร้า เมื่อร่างกายมีความเครียดเรื้อรัง คอร์ติซอลจะทำให้เซลล์สมองในบริเวณต่างๆ เสื่อมสภาพ ซึ่งกลายเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า ในขณะเดียวกัน เมื่อเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว ร่างกายจะอยู่ในสภาวะตอบสนองต่อความเครียดตลอดเวลา ทำให้คอร์ติซอลสูงขึ้นเรื่อยๆ” การที่คอร์ติซอลสูงเรื้อรังนี้ส่งผลโดยตรงต่อสมองบริเวณที่เรียกว่า Ventral Pallidum ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความสุขใจและแรงจูงใจในการบริโภคอาหาร เมื่อบริเวณนี้ถูกทำลาย ผู้ป่วยจะสูญเสียความสุขและแรงจูงใจในการกินอาหาร Ventral Pallidum: ศูนย์ความสุขที่ถูกทำลาย ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุดา   จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง กล่าวว่า “Ventral Pallidum เป็นบริเวณสมองที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างความรู้สึกพึงพอใจและแรงจูงใจ เมื่อบริเวณนี้ถูกคอร์ติซอลทำลายจนฝ่อไป ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกอยากกินอาหาร ไม่มีความสุขจากการกิน และในที่สุดอาจใช้การงดอาหารเป็นวิธีหนึ่งในการรับมือกับอาการซึมเศร้า” ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ว่าทำไมผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบางรายจึงมีน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว … Read more

ศาลฎีกาสั่งบังคับโทษทักษิณ ชินวัตร จำคุก 1 ปี คดีพักรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

วันที่ 9 กันยายน 2568 เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำสั่งสำคัญเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมไทยอย่างกว้างขวาง พื้นหลังคดีและการดำเนินการทางกฎหมาย คดีนี้เริ่มต้นจากการที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษของนายทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามคือ การที่นายทักษิณได้รับอนุญาตให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 นั้น เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถนับเป็นระยะเวลาการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลได้หรือไม่ กระบวนการพิจารณาคดีและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำสั่งเรียกบุคคลสำคัญ 2 คน ได้แก่ นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และนายทักษิณ ชินวัตร เข้าฟังคำสั่งในวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. คดีนี้ได้รับหมายเลขดำที่ บค.1/2568 และถือเป็นคดีที่มีความสำคัญต่อระบบยุติธรรมไทย เนื่องจากเป็นการทดสอบหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือการเมืองของผู้กระทำความผิด บรรยากาศหน้าศาลฎีกาในวันสำคัญ ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 9 กันยายน สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศได้เดินทางมาปักหลักทำข่าวบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าศาลฎีกา บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังจากการตัดสินครั้งสำคัญนี้ … Read more

สมองส่วนหน้าผาก “ศูนย์ควบคุมอารมณ์” ที่ถูกทำลายในผู้ป่วยซึมเศร้า นักวิทยาศาสตร์เผยความลับแห่งการดิ่งและการรักษา

งานวิจัยล่าสุดเปิดเผยบทบาทสำคัญของสมองส่วน Prefrontal Cortex ในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม นักประสาทวิทยาและจิตแพทย์ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมากกับสมองส่วน Prefrontal Cortex (PFC) หรือที่เรียกว่า “สมองส่วนหน้าผาก” หลังจากการค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับบทบาทของมันในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า สมองส่วน Prefrontal Cortex คืออะไร Prefrontal Cortex เป็นส่วนหนึ่งของสมองที่จัดอยู่ในกลุ่ม Neocortex ซึ่งเป็นส่วนที่วิวัฒนาการมาในช่วงสุดท้าย ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์โลกอื่นๆ อย่างชัดเจน แม้ว่าจะพบได้ในลิงและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ เช่น หนู หมา และแมว แต่ฟังก์ชันการทำงานยังไม่สามารถเทียบเท่ากับมนุษย์ได้ นายแพทย์สมชาย  ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า “Prefrontal Cortex ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมสูงสุดของสมอง มีหน้าที่ปรามและควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่ให้แสดงออกมาในทางที่ผิด เปรียบได้กับการเป็นผู้ใหญ่ที่คอยดูแลเด็กที่อยู่ในตัวเราเอง” ศูนย์ย่อยที่สำคัญ 5 ส่วนของ Prefrontal Cortex การวิจัยล่าสุดได้แบ่ง Prefrontal Cortex ออกเป็นศูนย์ย่อยต่างๆ ที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม 1. Dorsolateral Prefrontal Cortex (dlPFC) – … Read more

Firecrawl: ปฏิวัติการดึงข้อมูลเว็บด้วย AI – จากเครื่องมือภายในสู่แพลตฟอร์มระดับโลกที่มูลค่า 14.5 ล้านดอลลาร์

ในยุคที่ข้อมูลเว็บกลายเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) Firecrawl ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการเครื่องมือ web scraping ที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ บริษัทสตาร์ทอัพที่เริ่มต้นใน Y Combinator นี้ เพิ่งได้รับการลงทุนรอบซีรีส์ A มูลค่า 14.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีนักลงทุนชั้นนำอย่าง Tobias Lütke (CEO ของ Shopify) เข้าร่วมลงทุน ความท้าทายของการ Web Scraping แบบดั้งเดิม การดึงข้อมูลจากเว็บไซต์แบบดั้งเดิมเต็มไปด้วยอุปสรรค นักพัฒนาจำเป็นต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ JavaScript ที่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเว็บไซต์บ่อยครั้ง ระบบป้องกัน anti-bot ปัญหา rate limiting และการจัดการ dynamic content ที่โหลดช้า เครื่องมือแบบดั้งเดิมอย่าง BeautifulSoup หรือ Puppeteer มักจะดึงข้อมูลแบบ “ตาบอด” และส่งข้อมูลที่ไม่สะอาดกลับมา ส่งผลให้นักพัฒนาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำความสะอาดข้อมูลแทนการพัฒนาแอปพลิเคชันหลัก Firecrawl: โซลูชันที่เกิดจากความจำเป็นจริง … Read more

หนุ่มเขมรหลอกลวงเด็กหญิงไทยวัย 16 ปี อ้างเป็นเทรนเนอร์มวย พาเข้าม่านรูด-แอบถ่ายคลิปขณะร่วมเพศ ก่อนถูกรุมทำร้ายเละ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนาย MI Sarun Ker ชายชาวกัมพูชาอายุ 36 ปี เข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจเมืองพัทยา ในเวลา 01.40 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2568 โดยแจ้งว่าตนถูกกลุ่มชายไทยประมาณ 4-5 คน ขี่รถจักรยานยนต์มารุมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและแขนซ้าย บริเวณซอยโสภณพัทยากลาง การแจ้งความของชายชาวกัมพูชารายนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มสืบสวนสอบสวน ความจริงที่น่าตกใจก็ค่อยๆ เผยออกมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหญิงผู้เยาว์ การหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชัน จากการสอบสวนพบว่า นาย MI Sarun ได้รู้จักกับเด็กหญิงไทยวัย 16 ปี ชื่อนางสาวแดง (นามสมมติ) ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอาชญากรรมทางเพศในปัจจุบัน ชายชาวกัมพูชารายนี้ใช้อุบายหลอกลวงโดยอ้างตัวเป็นเทรนเนอร์หรือครูสอนมวย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจของเหยื่อ วิธีการหลอกลวงแบบนี้สะท้อนถึงการใช้ประโยชน์จากความไร้เดียงสาของเยาวชน โดยเฉพาะการใช้อาชีพที่ดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจ เช่น การสอนกีฬามวย ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เพื่อเป็นเหยื่อล่อสำหรับการก่อเหตุ การนัดพบและการก่อเหตุ หลังจากสร้างความไว้วางใจได้แล้ว นาย MI Sarun จึงนัดหมายให้เด็กหญิงมาพบที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในย่านพัทยาเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มักถูกใช้สำหรับกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน เมื่อเข้าไปในห้องพัก … Read more