วงการบันเทิงจีนสะเทือน “อวี๋เมิ่งหลง” ดาราหนุ่มชื่อดังเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกตึกวัย 37 ปี

วงการบันเทิงจีนและแฟนคลับทั่วโลกต้องเผชิญกับข่าวเศร้าที่สั่นสะเทือนใจ เมื่อ อวี๋เมิ่งหลง (Yu Menglong) พระเอกชื่อดังจากประเทศจีน ได้เสียชีวิตลงในวัย 37 ปี จากอุบัติเหตุตกตึกที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 หลังจากข่าวลือเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขาแพร่สะพัดไปทั่วโซเชียลมีเดียตลอดทั้งวัน สตูดิโอออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิต หลังจากที่มีข่าวลือไหลเวียนออกมาตลอดทั้งวันโดยไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ทำให้แฟนๆ และคนในวงการต่างตั้งคำถามและรอการยืนยันจากทางการ จนกระทั่งช่วงเย็นของวันเดียวกัน สตูดิโออวี๋เมิ่งหลง ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันข่าวเศร้านี้ ในแถลงการณ์ที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า สตูดิโอได้ระบุว่า “ด้วยความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ เราขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่า อวี๋เมิ่งหลง ผู้เป็นที่รักของพวกเรา ได้ประสบอุบัติเหตุตกตึกและจากไป เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2025” สิ่งที่น่าสนใจในแถลงการณ์ดังกล่าวคือ การยืนยันจากทางสตูดิโอว่า “หลังการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาใด ๆ” ซึ่งช่วยให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต และตัดข่าวลือต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา วิถีชีวิตและจุดเริ่มต้นของอวี๋เมิ่งหลง อวี๋เมิ่งหลง เกิดที่เมืองอูรุมชี ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เขาเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม เนื่องจากซินเจียงเป็นเขตที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ตั้งแต่เด็ก อวี๋เมิ่งหลงได้แสดงความสนใจในด้านศิลปะการแสดงและมีความฝันที่จะเป็นนักแสดง เขาได้ฝึกฝนทักษะการแสดงมาตั้งแต่วัยรุ่น และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อให้ตนเองในวงการบันเทิงจีน ซึ่งในขณะนั้นยังคงเป็นความท้าทายสำหรับคนที่มาจากภูมิภาคห่างไกลจากศูนย์กลางแห่งอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง … Read more

อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! กฎหมายเหล้าฉบับใหม่ ยังไม่ยังไม่ไฟเขียว ให้ “โฆษณา-ขายได้ 24 ชั่วโมง” ต้องรอกฎหมายลูก

นายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ว่า หลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 แล้ว พบว่าประชาชนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก กฎหมายฉบับใหม่นี้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ภายใน 60 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีเนื้อหาสำคัญคือการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติขึ้นใหม่ ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาออกกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงกฎหมายลูกต่างๆ ที่จะตามมา “พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่นี้มีการแก้ไขอยู่หลายมาตรา แต่หลังการประกาศออกมาแล้ว พบว่าประชาชนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในเรื่องของเวลาการขายและการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นพ.นิพนธ์ กล่าว ปัญหาความเข้าใจผิดเรื่องเวลาขาย ประเด็นแรกที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดคือมาตรา 3 ซึ่งเป็นการยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515 กฎหมายเก่านี้เป็นตัวกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00-14.00 น. และเวลา 17.00-24.00 น. เท่านั้น เมื่อมีการออกกฎหมายใหม่มายกเลิกคำสั่งดังกล่าว หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ความจริงแล้วยังไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายยังคงใช้ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับเดิม … Read more

แก๊งสแกมเมอร์อุบายโหด หลอกนักธุรกิจสาวไฮโซเทรดหุ้นปลอม สูญเงิน 159 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานกร นางสาวเอ (นามสมมติ) เจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งและนักลงทุนเทรดหุ้นมืออาชีพ ได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ที่ใช้วิธีการหลอกลวงแบบใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นการทุจริตที่มีรูปแบบซับซ้อนและประณีต โดยมิจฉาชีพได้สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการใช้บัญชีนิติบุคคลในการรับเงินลงทุน ซึ่งต่อมาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็น “นิติบุคคลม้า” ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการหลอกลวงเท่านั้น วิธีการหลอกลวงที่ซับซ้อนและประณีต นางสาวเอได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่งและมีประสบการณ์ในการเทรดหุ้นมาระยะหนึ่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้พบโฆษณาที่น่าสนใจบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้เข้าร่วมลงทุนเทรดหุ้นกับพอร์ตที่อ้างว่ามีผลตอบแทนสูง การเริ่มต้นของการหลอกลวง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 นางสาวเอได้ตัดสินใจโหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวจากแอปเปิ้ลสโตร์ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้มีการใช้รูปโปรไฟล์ของเซียนเทรดหุ้นชื่อดังที่มีความน่าเชื่อถือสูงในวงการลงทุน อย่างไรก็ตาม ต่อมาจึงได้ทราบว่าเป็นแอปพลิเคชันปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเท่านั้น หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชันแล้ว นางสาวเอได้เข้าร่วมกลุ่ม “มายเซ็ต2023” ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 300 คน ในกลุ่มนี้มีการแชร์ข้อมูลการลงทุนและผลตอบแทนที่ดูน่าเชื่อถือ มิจฉาชีพได้ใช้กลยุทธ์การสร้างบรรยากาศของชุมชนนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เหยื่อเกิดความมั่นใจและความต้องการที่จะเข้าร่วม แคมเปญพิเศษที่เป็นกับดักการลงทุน หลังจากที่นางสาวเอได้อยู่ในกลุ่มระยะหนึ่ง เจ้าของพอร์ตได้เสนอแคมเปญพิเศษสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ภายใต้ชื่อพอร์ต “จีซีสเปียร์” (GC … Read more

ประธานชมรมร้านอาหารขอบคุณรัฐบาล ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. คาดเพิ่มรายได้ 25%

วันที่ 11 กันยายน 2568 – นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย ออกมาแสดงความขอบคุณต่อคณะรัฐบาลที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการและปลดล็อกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. หลังจากที่เรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 หลังใช้มา 53 ปี การปลดล็อกครั้งนี้ถือเป็นการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2515 ซึ่งใช้บังคับมายาวนานกว่า 53 ปี โดยคำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการออกไปนั่งดื่มในเวลาทำงาน ซึ่งเป็นบริบททางสังคมที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก นายสรเทพกล่าวว่า “ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลัง โดยเฉพาะคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี ซึ่งบริบททางสังคมนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากในปัจจุบัน” ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นจุดหมายท่องเที่ยวโลก ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้ชี้แจงเหตุผลสำคัญในการเรียกร้องว่า ประเทศไทยในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว “บริบทอันนี้ไม่สามารถนำไปใช้กับคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร 14.00 น.- 17.00 น. อีกต่อไป” นายสรเทพระบุ การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความสับสนและไม่พอใจ เนื่องจากพวกเขามักต้องการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทานควบคู่กับอาหาร ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เข้าร้านในช่วง 14.00-17.00 น. … Read more

เปิดข้อเท็จจริงหน้ากากพระแม่ทุรคา หลังดราม่าราคาหลักสิบล้าน ช่างผู้สร้างยืนยันไม่ถึงแสนบาท

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ “เอ จักรพรรดิ” หรือ นางสาวเอมี่ แม็กเซลล์ ได้โพสต์ภาพหน้ากากพระแม่ทุรคาที่มีความสวยงามและประณีตบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่าเป็นหน้ากากที่สั่งทำพิเศษด้วยงบประมาณที่สูงมาก เพื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศอินเดีย การโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของมูลค่าที่ได้มีการอ้างถึงว่าอยู่ในระดับหลักสิบล้านบาท หน้ากากพระแม่ทุรคาที่ว่านี้ มีลักษณะที่ประณีตสวยงาม ประดับด้วยอัญมณีและรายละเอียดที่ซับซ้อน สะท้อนถึงฝีมือการงานศิลปกรรมไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล พระแม่ทุรคาเป็นเทพีที่มีความสำคัญในศาสนาฮินดู ถือเป็นเทพีแห่งความเข้มแข็งและการปกป้อง การสร้างหน้ากากเพื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาจึงถือเป็นเรื่องที่มีความศักดิ์สิทธิ์และต้องใช้ความพิถีพิถันสูง การออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากที่ข้อมูลเรื่องราคาหลักสิบล้านบาทแพร่กระจายไปในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดความสงสัยและการตั้งคำถามจากประชาชนหลายฝ่าย ล่าสุดทาง “พุทธ อภิวรรณ” ผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียง ได้ออกมาเผยคลิปเสียงที่ได้ไปสัมภาษณ์ช่างผู้ที่ทำหน้ากากดังกล่าวโดยตรง จากการสัมภาษณ์ที่เผยแพร่ออกมา ช่างผู้สร้างได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ราคาการทำหน้ากากพระแม่ทุรคาดังกล่าวไม่ได้มีมูลค่าถึงหลักสิบล้านบาทตามที่มีการอ้างไว้ การเผยแพร่ข้อมูลนี้ได้สร้างความชัดเจนมากขึ้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และช่วยให้สาธารณชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่แท้จริง พุทธ อภิวรรณ ในฐานะผู้ประกาศข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ ได้ใช้วิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการไปสัมภาษณ์แหล่งข้อมูลโดยตรง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการทำข่าวที่ดี การที่เขาได้นำเสนอข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์จริงนี้ ช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น การสนับสนุนจากแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากการเผยแพร่ข้อมูลจากทาง พุทธ อภิวรรณ แล้ว ยังมีแหล่งข้อมูลอื่นที่ออกมาสนับสนุนข้อเท็จจริงเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเพจ “บิ๊กเกรียน” ซึ่งเป็นเพจที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีความน่าเชื่อถือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพจ บิ๊กเกรียน ได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า “A รู้อยู่แก่ใจ ควรชื่นชมคนไทยซึ่งสร้างงานศิลปะได้อย่างปราณีตไม่แพ้ชาติใดในโลก ค่าฝีมือไม่ถึงแสนด้วย … Read more

แม่ยื่นร้องเรียนอัยการจังหวัดสุรินทร์ หลังลูกสาววัย 14 ปี ถูกคนใกล้ชิดบุกบ้านลวนลาม คดีแจ้งไปหลายเดือนแต่ไม่คืบหน้า ทำให้เด็กซึมเศร้าหวาดกลัว

นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี พาด้วยดาหญิงบี (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ เดินทางมายังสำนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการอัยการภาคประชาชน ตามเนื้อหาในหนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อหน่วยงานอัยการ ระบุรายละเอียดที่น่าตกใจว่า ด.ญ.บี ได้ตกเป็นเหยื่อของการล่อลวงและลวนลามจากผู้ต้องหาสองราย คือ นายสมคิด และนายถูกกีรติกร (นามสมมุติ) ซึ่งได้กระทำการดังกล่าวด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อเด็กผู้เยาว์ สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งคือ ครอบครัวของเหยื่อได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์แล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมกลับไม่ได้รับการดำเนินการอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการและไม่มีการดำเนินคดีใดๆ อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวจึงต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมการอัยการภาคประชาชน โดยร้องขอให้ประธานคณะกรรมการปกครองและอัยการภาคประชาชนจังหวัดสุรินทร์ให้การช่วยเหลือในการดำเนินคดีให้เกิดความยุติธรรม ผลกระทบทางจิตใจต่อเหยื่อ หนึ่งในสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้ คือผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับ ด.ญ.บี หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กหญิงวัยรุ่นคนนี้ได้แสดงอาการของความเครียดและบาดเจ็บทางจิตใจอย่างชัดเจน โดยมีอาการซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา อาการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์และความจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลทางจิตใจอย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ครอบครัวต้องการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด คำให้การของมารดาผู้เสียหาย เมื่อมีการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม นางสาวเอ ได้ให้ข้อมูลที่เปิดเผยความซับซ้อนของคดีนี้มากขึ้น โดยระบุว่า ได้ดำเนินการแจ้งความมาหลายเดือนแล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหนาใดๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแจ้งให้รออีกและระบุว่าคดีประเภทนี้จำเป็นต้องมีการร่วมมือจากสหวิชาชีพในการสอบสวนด้วย ความซับซ้อนของคดีเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้ทราบว่า บ้านของครอบครัวผู้เสียหายและผู้ต้องหาตั้งอยู่ใกล้กัน และเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน … Read more

สาววัย 21 ถูกพนักงานการ์ดร้านเหล้าดาวคะนองล่วงละเมิดทางเพศ เผยมีสติแต่ไร้กำลังต่อต้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นในช่วงค่ำคืนวันเสาร์ที่ 8 กันยายน เมื่อนางสาวเอ (นามสมมติ) วัย 21 ปี นัดหมายกับเพื่อนรุ่นพี่ 2 คน ไปดื่มสังสรรค์กันที่ผับแห่งหนึ่งในตลาดอินดี้ดาวคะนอง ซึ่งเป็นย่านที่มีชื่อเสียงในด้านสถานบันเทิงยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร ในช่วงแรกของการสังสรรค์ ทุกอย่างดูเป็นไปอย่างปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นางสาวเอได้ดื่มแอลกอฮอล์จนมึนเมาและเริ่มไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนกระทั่งวูบล้มลงที่โต๊ะ สภาพของเธอในขณะนั้นแสดงให้เห็นถึงระดับของการมึนเมาที่รุนแรง จุดเปลี่ยนในห้องน้ำ หลังจากได้สติขึ้นมาเล็กน้อย นางสาวเอได้เดินไปใช้ห้องน้ำ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังคงอ่อนแอจากแอลกอฮอล์ เธอได้ล้มลงอีกครั้งในห้องน้ำ โดยหัวฟาดกับชักโครกอย่างแรง เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่จะตามมา เมื่อพนักงานร้านเห็นสภาพของนางสาวเอ จึงเข้ามาช่วยอุ้มเธออกจากห้องน้ำและนำมานั่งที่รถวีลแชร์หน้าร้าน การกระทำนี้ในตอนแรกดูเป็นการช่วยเหลือที่เหมาะสม แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม การหายตัวไปของเพื่อนและจุดเปลี่ยนสำคัญ ในช่วงที่นางสาวเอนั่งอยู่ที่รถวีลแชร์หน้าร้าน เพื่อนรุ่นพี่ของเธอยังคงอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ไม่นานนักเพื่อนเหล่านั้นก็หายตัวไป โดยไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัด การหายตัวไปของเพื่อนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นางสาวเอตกอยู่ในสถานการณ์เปราะบางโดยไม่มีใครคอยดูแล ช่วงเวลาประมาณตี 1-2 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเหตุการณ์ เมื่อพนักงานการ์ดของร้านมาเข็นรถวีลแชร์ที่นางสาวเอนั่งอยู่ไปจอดหน้ารถเก๋ง การกระทำนี้ดูเหมือนจะมีการวางแผนล่วงหน้า และแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เจ็บปวด ตามคำให้การของนางสาวเอ พนักงานการ์ดได้พาเธอขึ้นไปนั่งบนเบาะนั่งข้างคนขับในรถเก๋ง แต่มีพนักงานการ์ดอีกคนหนึ่งมาแนะนำให้พาไปนั่งเบาะหลัง โดยให้เหตุผลว่ากลัวว่าเธอจะอ้วก การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนร่วมกันของผู้กระทำผิด เมื่อนางสาวเอถูกพาไปนอนที่เบาะหลังในท่านอนหงาย พนักงานการ์ดคนดังกล่าวได้เริ่มกระทำการล่วงละเมิดทางเพศ โดยถอดกางเกงของเธอออกก่อนลงมือกระทำผิด สิ่งที่น่าตกใจคือ ในขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้น นางสาวเอมีสติรับรู้อยู่บ้าง แต่ไม่สามารถปัดป้องตัวเองได้เนื่องจากร่างกายอ่อนแอจากแอลกอฮอล์ … Read more

ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินขาด! ต้องประชามติ 3 ครั้ง ห้ามเลือก ส.ส.ร.โดยตรง “ดับฝัน” พรรคส้มยกร่างรธน.ฉบับใหม่

วันที่ 10 กันยายน 2568 เป็นวันสำคัญที่จะบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้ออกคำวินิจฉัยขาดสั่น ยุติการโต้เถียงที่ยาวนานกว่า 4 ปี เรื่องขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ที่กำหนดให้ต้องจัดประชามติ 3 ครั้ง พร้อมปิดทางการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรง คำวินิจฉัยครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยุติข้อถกเถียงทางรัฐธรรมนูญ แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการของพรรคประชาชน ที่มุ่งหวังจะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส.ร. โดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไข 5 ข้อสำคัญในการสนับสนุนรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มาของคำวินิจฉัย: จากญัตติในรัฐสภาสู่ศาลรัฐธรรมนูญ การวินิจฉัยครั้งนี้มีต้นกำเนิดจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มีนาคม 2568 ซึ่งมีการพิจารณาญัตติด่วนที่นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เสนอ ที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นด้วยให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อขจัดข้อสงสัยและสร้างความชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ญัตติดังกล่าวสะท้อนความต้องการของนักการเมืองหลายฝ่าย … Read more

เจ้าหน้าที่สวนสัตว์วัย 58 ปี เสียชีวิตจากการถูกฝูงสิงโตรุมขย้ำ – ” หมอธวัชชัย ” เผยพฤติกรรมผิดปกติก่อน-ระหว่างเกิดเหตุ

วันที่ 10 กันยายน 2568 – เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่สวนสัตว์เปิกแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา กรุงเทพฯ เมื่อเจ้าหน้าที่สวนสัตว์วัย 58 ปี ถูกฝูงสิงโตรุมขย้ำจนเสียชีวิตต่อหน้านักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยพยานเผยพฤติกรรมแปลกประหลาดของผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุ ที่ไม่ขอความช่วยเหลือและยืนหันหลังให้กับสิงโตอย่างไม่ต่อสู้ หน่วยงานเร่งตรวจสอบความปลอดภัยและการครอบครองสิงโต นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ไซเตส ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังเหตุการณ์นี้ ทางหน่วยงานจะเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของสวนสัตว์อย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีแผนรองรับในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้หรือไม่ “วันนี้มาจะไปตรวจสอบความปลอดภัยว่ามีแผนรองรับอะไรบ้าง กรณีเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เดี๋ยวเข้าไปตรวจสอบสิงโตว่ามีการครอบครองถูกต้องไหม” นายสดุดีกล่าว ทั้งนี้ นายสดุดีเผยด้วยว่า ที่ผ่านมาทางหน่วยงานได้ทำการตรวจสอบสิงโตและสถานที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยจะเข้าตรวจสอบทุก 3 เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการควบคุมดูแลสัตว์ป่าที่มีความอันตรายสูงนี้ได้รับความสำคัญจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง พยานเผยรายละเอียดเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจ พ.อ.นพ. ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตอาจารย์และแพทย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งเป็นพยานเหตุการณ์ ให้การเล่าถึงช่วงเวลาที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยระบุว่าตั้งแต่เข้ามาในสวนสัตว์วันนั้นก็รู้สึกแปลกๆ “วันนี้แปลกๆ ตั้งแต่ตอนเข้ามา ตอนแรกจะมาให้อาหารยีราฟ พอให้อาหารยีราฟเสร็จ ก็เห็นนกตาย แปลกๆ” หมอธวัชชัยเล่าถึงบรรยากาศที่ผิดปกติในวันเกิดเหตุ รายละเอียดช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุที่น่าประหลาดใจ เมื่อหมอธวัชชัยขับรถไปยังโซนสิงโต เขาสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติหลายประการ โดยระบุว่ายังไม่ใช่เวลาให้อาหารสิงโตตามปกติ เนื่องจากปกติการให้อาหารสิงโตจะใช้รถที่มีลูกกรงป้องกัน … Read more

ข่าวด่วน! สิงโต 5 ตัว รุมขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ย่านรามอินทรา เสียชีวิตต่อหน้านักท่องเที่ยว

ตามรายงานจาก พันโทแพทย์หญิงธวัชชัย กาญจนรินทร์ หรือที่รู้จักในนาม “อาจารย์หมอธวัชชัย” อดีตอาจารย์และแพทย์ศัลยกรรมจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2568 เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ได้เดินทางมาถึงเขตอนุรักษ์สิงโตเพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้ลงจากรถจี๊ปที่ใช้ในการปฏิบัติงานภายในสวนสัตว์ ขณะที่เจ้าหน้าที่หันหลังให้กับบริเวณที่มีสิงโตอยู่ สิงโตตัวหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตรได้เริ่มเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ ลำดับเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจ สิงโตตัวแรกได้เข้าตะครุบเจ้าหน้าที่จากทางด้านหลังอย่างกะทันหัน ก่อนจะลากเจ้าหน้าที่ลงมากับพื้นและเริ่มกัดร่างของเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อสิงโตอีก 3-4 ตัวได้เข้ามาร่วมในการโจมตี ทำให้เกิดการรุมทำร้ายที่รุนแรงมากขึ้น การโจมตีที่ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 15 นาที ได้สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนสัตว์ในวันดังกล่าว ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้พยายามช่วยเหลือด้วยวิธีต่างๆ ที่สามารถทำได้ในสถานการณ์นั้น ความพยายามของผู้พบเห็นเหตุการณ์ ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงและนักท่องเที่ยวที่เป็นพยานเหตุการณ์ได้พยายามช่วยเหลือด้วยวิธีการต่างๆ ที่พวกเขาคิดว่าอาจจะสามารถขัดจังหวะการโจมตีของสิงโตได้ มีการบีบแตรรถยนต์อย่างต่อเนื่อง การตะโกนขอความช่วยเหลือ และพยายามสร้างเสียงดังเพื่อให้สิงโตหยุดการโจมตี อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตอนุรักษ์ของสิงโต ทำให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือโดยตรงได้ เนื่องจากความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ คำให้การของพยานเหตุการณ์ ตามคำให้การของ อาจารย์หมอธวัชชัย ที่ได้รับข้อมูลจากพยานเหตุการณ์ระบุว่า “คนเห็นเหตุการณ์เยอะมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง มีการบีบแตรรถ เป็นรถทำงาน ครั้งแรกเข้าใจว่าคุ้นเคย จึงไม่มีใครเข้าไปบริเวณตรงนั้น เพราะคนที่โดนกัดเป็นสิงโต คิดว่าสิงโตจะมากอด … Read more