เปิดราคารถหรู ‘ซูซูกิ จิมนี่’ เชื่อมโยงเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ หลัง “อดีตจิตอาสา” เผยเบาะแส สังคมจี้ถาม “อรอุ๋ง” ความเป็นจริง?

คดีดรามาเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ หายปริศนา 1.3 ล้านบาท กลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังจากรายการ “โหนกระแส” เผยให้ฟัง คำให้การของอดีตจิตอาสาที่เล่าเหตุการณ์น่าสงสัย เมื่อเงินบริจาคหายไปแล้ว ภายหลังจึงพบรถหรู Suzuki Jimny สีครีม โผล่มาในพื้นที่ ทำให้สังคมออนไลน์จับตาและเชื่อมโยงไปถึง “อรอุ๋ง” อดีต BNK48 ที่มีรถหรูคันเดียวกันปรากฏในโซเชียลมีเดีย ราคาจริง Suzuki Jimny ที่กลายเป็นประเด็นร้อน จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้จำหน่าย รถ SUV ขนาดเล็กสุดฮิต Suzuki Jimny ที่กลายเป็นจุดสนใจในคดีนี้ มีราคาดังนี้ รุ่น Two-Tone (สองสี) ราคา 1,790,000 บาท ส่วนรุ่น Monotone (สีเดียว) ราคา 1,760,000 บาท ซึ่งถือเป็นรถราคาสูงสำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ Suzuki Jimny เป็นรถ SUV ขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้มีลักษณะคล้าย G-Class ของ Mercedes-Benz แต่ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า ทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนเมืองที่ต้องการรถที่มีสไตล์เฉพาะตัว … Read more

ตำรวจสุรินทร์ชี้แจงคดีเด็กชาวกัมพูชา เข้าเมืองเถื่อนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ไม่ใช่ทารก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่มีข่าวเผยแพร่เกี่ยวกับเด็กชายชาวกัมพูชา อายุ 13 ปี ถูกจับกุมในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากที่ข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปก่อนหน้ามีความคลาดเคลื่อนในรายละเอียดสำคัญ ข้อเท็จจริงที่ตำรวจตรวจสอบได้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเด็กชายที่ถูกจับกุม ชื่อ ด.ช.ตงเฮง ระเสม็ย อายุ 13 ปี ได้หลบหนีเข้าเมืองไทยมาพร้อมกับมารดา นางเซียบ ฟารม (SEAP PHAROM) อายุ 38 ปี เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว หรือในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเด็กมีอายุ 6 ขวบ ไม่ใช่วัยทารกอย่างที่ข้อมูลข่าวก่อนหน้าได้นำเสนอออกไป พล.ต.ต.สุคนธ์ ได้ย้ำชัดเจนว่า “ขอยืนยันว่าตอนที่เด็กเดินทางเข้ามานั้น มีอายุ 6 ขวบ ไม่ใช่แบเบาะอย่างที่ถูกนำเสนอข่าวออกไปก่อนหน้า” ทั้งนี้ การชี้แจงดังกล่าวเป็นการแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน เหตุการณ์การจับกุมและการดำเนินคดี การจับกุมในครั้งนี้เริ่มต้นจากการแจ้งเบาะแสของชาวบ้าน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 … Read more

CSILA ตั้งคำถามประวัติ “ซีเค เจิง” วิพากษ์คำแนะนำการเงินหลงทาง เสียหายหนักหลังยุยงขายหุ้นสหรัฐฯ

ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ซีเค เจิงได้ออกมาให้คำแนะนำการลงทุนผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาได้แนะนำให้นักลงทุนรีบขายหุ้นสหรัฐอเมริการ้อนๆ ด้วยการคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นอเมริกากำลังจะแย่ลง แต่สุดท้ายกลับเป็นผลตรงกันข้าม เมื่อดัชนี Nasdaq และ S&P 500 พุ่งขึ้นมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว ทำให้ผู้ที่หลงเชื่อและขายหุ้นออกไปต้องเสียโอกาสทำกำไรอย่างมหาศาล CSILA ระบุในโพสต์ว่า “ปีที่แล้วบอกทุกคนว่า ตลาดหุ้นอเมริกากำลังจะแย่ รีบขายด่วน สุดท้าย Nasdaq และ S&P500 กลับพุ่งขึ้นมากกว่า 30% จากปีที่แล้ว ใครหลงเชื่อคำพูดพวกนี้แล้วขายหุ้นทิ้งไป วันนี้คงนั่งกุมขมับ ขาดทุนยับ” กลยุทธ์การใช้เงินกู้ลงทุน: ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ นอกจากเรื่องการคาดการณ์ตลาดหุ้นผิดพลาดแล้ว CSILA ยังได้วิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์การลงทุนแบบใช้เงินกู้ที่ซีเค เจิงเสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นการสร้างผลตอบแทนสูงถึง 17 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้วิธีการซื้อ Bond นำไปค้ำกับธนาคาร (Lombard loan) จากนั้นกู้เงินสกุลฟรังก์สวิส (CHF) ดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำไปลงทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ KKR ที่อ้างว่าให้ปันผล 12 เปอร์เซ็นต์ ข้อกังขาเรื่องความเสี่ยงของกลยุทธ์ CSILA … Read more

เปิดใจ “ทนายเกิดผล” เผยความจริงใหม่คดี “พระอลงกต” เลขาหมอบีเคยฟ้องปมชู้สาว-ดาราดังยุค 80-90 เข้าออกวัดประจำ

ทนายเกิดผล ให้สัมภาษณ์ณ บริเวณริมฟุตปาธหน้ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ว่า ตนเองเคยดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิธรรมรักษ์ในช่วงปี 2564 แต่สำหรับงบประมาณของปี 2567 ที่มีเงินส่วนต่างหายไป 3 ล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากไม่ได้มีหน้าที่ในการทำบัญชีและไม่ได้เข้าร่วมประชุมงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผลได้เล่าถึงประสบการณ์ในการเข้าร่วมประชุมประมาณปี 2565 สมัยที่ไวยาวัจกรคนเก่าเป็นประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ในช่วงนั้นมูลนิธิมีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้เลย เนื่องจากเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้อดีตพระอลงกตต้องบริจาคเงินโอนเข้าบัญชีของมูলนิธิธรรมรักษ์เป็นจำนวนประมาณ 30 ล้านบาท “ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเงินส่วนตัวของอดีตพระอลงกตหรือเงินวัด แต่ผมเข้าใจว่าเป็นเงินวัด” ทนายเกิดผลกล่าวด้วยความระมัดระวัง ความซับซ้อนของโครงสร้างมูลนิธิ เกี่ยวกับกรณีที่มีบุคคลหนึ่งดำรงตำแหน่งเป็นทั้งกรรมการมูลนิธิธรรมรักษ์และมีรายชื่อในคณะกรรมการของมูลนิธิอาทรประชานาถด้วย ทนายเกิดผลอธิบายว่า ตามกฎหมายสามารถทำได้หากเป็นเพียงกรรมการธรรมดา แต่หากเป็นประธานมูลนิธิทั้งสองแห่งพร้อมกันนั้น ไม่น่าจะสามารถทำได้ ทนายเกิดผลชี้แจงเพิ่มเติมว่า แม้มูลนิธิธรรมรักษ์จะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากวัดแล้ว แต่ก็อาศัยความน่าเชื่อถือของอดีตพระอลงกตเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อประชาชนหมดศรัทธาต่อพระองค์แล้ว มูลนิธิธรรมรักษ์ย่อมได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้ไม่มีรายได้ และโครงการต่างๆ ของมูลนิธิก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของอดีตพระอลงกตด้วย “หากมูลนิธิธรรมรักษ์ดำเนินการต่อไปไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ คือต้องโอนทรัพย์สินให้กับวัดพระบาทน้ำพุ” ทนายเกิดผลกล่าว เปิดเผยความจริง “เลขาหมอบี” เคยฟ้องพระอลงกตปมชู้สาว ในส่วนที่น่าสนใจที่สุดของการให้สัมภาษณ์ ทนายเกิดผลได้เปิดเผยเกี่ยวกับคนใกล้ชิดของ “หมอบี” ซึ่งเป็นเลขานุการที่ออกมาแฉพฤติกรรมผิดปกติของหมอบีกับอดีตพระอลงกต หลังจากที่เริ่มมีข่าวเรื่อง “คนใกล้ชิด” บุคคลนี้ได้ติดต่อมาหาทนายเกิดผลและส่งข้อมูลให้ดู … Read more

สมปอง นครไธสง เปิดใจครั้งแรก ยอมรับยืมเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ 13 ล้านบาท คืนแล้วเกือบครึ่ง

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ได้กลายเป็นวันที่สร้างความกระเพื่อมในโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อ สมปอง นครไธสง อดีตพระมหาสมปอง พระนักเทศน์ชื่อดังที่ปัจจุบันเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ได้ออกมาเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีที่ตัวเองถูกกล่าวถึงในโซเชียลมีเดีย ว่าเป็นบุคคลที่เคยยืมเงินจากอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ หรือที่รู้จักกันในนาม “ทิดอลงกต” กรณีนี้เริ่มต้นจากการที่โลกออนไลน์เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับยอดเงินบริจาคมหาศาลของวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีการกล่าวอ้างว่ามีอินฟลูเอนเซอร์ดังซึ่งเป็นอดีตพระสงฆ์เคยหยิบยืมเงินจากอดีตเจ้าอาวาสเมื่อครั้งครองสมณ พร้อมทั้งมีการบอกใบ้ด้วยอักษรย่อ “ส.” “ด.” และ “พ.” ซึ่งทำให้หลายคนเดาว่าน่าจะหมายถึงใคร สมปอง โพสต์ยอมรับ “ยืมนะครับยืม คืนไปแล้วเกือบครึ่ง” ก่อนหน้านี้ สมปอง นครไธสง ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ บนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ยืมนะครับยืม คืนไปแล้วเกือบครึ่ง” ซึ่งเป็นการยืนยันทางอ้อมว่าตัวเองคือบุคคลที่ถูกกล่าวถึง โดยไม่ได้ปฏิเสธหรือหลบหลีกประเด็นดังกล่าว วันที่ 28 สิงหาคม สมปอง ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส” อย่างละเอียด โดยเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เหตุผลในการยืมเงิน จำนวนเงินที่ยืม วิธีการได้เงินมา และสถานการณ์การชำระคืนในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างสมปองกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ สมปอง เล่าว่า ตัวเองรู้จักอดีตพระอลงกตมาตั้งแต่ท่านยังเป็นเณร โดยเคยเห็นท่านนั่งรับบริจาคที่สนามหลวง ต่อมาในภายหลัง เมื่อตัวเองทำงานด้านการให้ความรู้แก่เยาวชน โดยเฉพาะการอบรมนักเรียนเรื่องการป้องกันโรค … Read more

ต๋อย พิงค์แพนเตอร์ แจงแล้ว! โต้ข่าวลือนักร้องเก่าเอี่ยวเงินวัด ย้ำจัดคอนเสิร์ตช่วยวัดพระบาทน้ำพุด้วยเจตนาดี

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีเพจและสื่อดังหลายแห่งออกมาเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า มีนักร้องเก่าและอินฟลูเอนเซอร์รับเงินจาก “อลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เป็นจำนวนกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและความสนใจอย่างมากในหมู่ประชาชน ความรุนแรงของข่าวลือเพิ่มมากขึ้นเมื่อ หนึ่ง บางปู ได้ออกมาเปิดเผยในตอนหนึ่งของรายการว่า “คนที่มาเอาเงินหลวงพ่อไป ที่บอกนักร้องอะไรสักอย่าง เป็นวงนักร้องยุค 80 มีชื่อเป็นสี ในภาษาอังกฤษ” คำพูดนี้ทำให้ผู้คนหันมาสงสัยในตัววงพิงค์แพนเตอร์ เนื่องจากชื่อวงมีคำว่า “พิงค์” ซึ่งเป็นชื่อสีในภาษาอังกฤษ คำชี้แจงของ หนึ่ง บางปู ที่จุดประกายข่าวลือ หนึ่ง บางปู ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเข้าใจว่าจ่ายค่าน้ำมัน เติมน้ำมันมาเอง แล้วก็มาร้องเพลงให้วัด ช่วยวัดฟรี แต่วันหนึ่งก็ได้มารับรู้ว่านักร้องเก่าตอนแรกมาเป็นจิตอาสา สักพักหนึ่งก็ขอเงินหลวงพ่อ ไม่รู้เขาตกลงกันยังไง แต่หลวงพ่อไม่ได้เต็มใจให้อย่างแน่นอน หรือถ้าให้ก็อาจจะมีอะไรบางอย่าง” คำให้การดังกล่าวสร้างความสับสนและข้อสงสัยในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะแฟนเพลงของวงดังยุค 80 ที่มีชื่อเป็นสีในภาษาอังกฤษ ทำให้เกิดการเดาเก็ง และการแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน ประวัติและความสำคัญของวงพิงค์แพนเตอร์ วงพิงค์แพนเตอร์ถือเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุค 80 ของประเทศไทย โดยมี ต๋อย วิชัย ปุญญะยันต์ เป็นหัวหน้าวง วงนี้ได้สร้างผลงานเพลงฮิตมากมายที่ยังคงเป็นที่รักของคนไทยจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะบทเพลงอมตะอย่าง … Read more

อุทาหรณ์ครูสาวกำแพงเพชร ถูกแอปเงินกู้ออนไลน์หลอกลวง นำข้อมูลคนรอบข้างไปประจาน สร้างความเสียหายวงกว้าง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครูสาววัย 43 ปี ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้ตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ที่มีพฤติกรรมเป็นมิจฉาชีพ ครูสาวได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อครั้งแรกที่เห็นโฆษณาของแอปเงินกู้ออนไลน์ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วน การสมัครไม่ยุ่งยาก เพียงแค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวและอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในโทรศัพท์ก็สามารถได้เงินมาใช้ “การโฆษณาดูชวนเชื่อมาก บอกว่าจะได้เงินจำนวนหนึ่ง แต่พอสมัครแล้วจำนวนเงินที่ได้ไม่ตรงกับที่บอก และดอกเบี้ยสูงถึงสองในสามของเงินต้น” ครูสาวกล่าว กับดักหนี้ที่ไม่มีวันจบ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือกับดักที่แอปเงินกู้เหล่านี้วางไว้ เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้แต่ไม่มีเงินพอจ่าย ครูสาวจึงต้องหันไปสมัครแอปเงินกู้อื่นเพื่อนำเงินมา “โปะ” หนี้เก่า วิธีการนี้เรียกกันในหมู่ผู้ที่ติดหนี้ว่า “กลายเป็นวัวพันหลัก” ระบบของแอปเงินกู้เหล่านี้จะมีการเสนอเงินกู้ก้อนใหญ่เพิ่มเติม แต่ครูสาวยังมีสติพอที่จะไม่ตัดสินใจกู้เพิ่ม เพราะคิดว่าจะผ่อนไม่ไหวและจะทำให้หนี้มากขึ้นไปอีก “หากคนไม่มีเงินจริงๆ ก็ต้องกู้มา เพราะวิธีการสมัครไม่ได้ยากอะไร แค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวให้เข้าถึงได้ก็ได้เงินแล้ว” ครูสาวอธิบายถึงวิธีการล่อลวงของแอปเหล่านี้ วิธีการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยม เมื่อครูสาวหยุดจ่ายหนี้ สิ่งที่ตามมาคือการคุกคามที่โหดร้าย เริ่มจากการโทรศัพท์มาคุกคาม จนครูสาวต้องบล็อกเบอร์และไม่รับสายตัดการสื่อสารทุกทาง แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า แก๊งมิจฉาชีพได้นำข้อมูลที่ได้จากการเข้าถึงโทรศัพท์ของครูสาว รวมถึงรายชื่อ รูปภาพ และข้อมูลการติดต่อของเพื่อนร่วมงาน เจ้านายและบุคคลใกล้ชิด ไปสร้างเป็นโพสต์ประจานในโซเชียลมีเดีย “มีการนำภาพของบุคคลที่อยู่ในที่ทำงานมาโพสต์ประจาน ใส่ร้ายว่าร่วมกันฉ้อโกงเงิน ซึ่งเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ใช้ในการทวงเงิน” ครูสาวเล่าถึงวิธีการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยม ผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อนร่วมงาน ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบล … Read more

สมปอง นครไธสง ยอมรับยืมเงินอลงกต หลังถูกชี้เป็นอินฟลูฯดัง อดีตพระที่เอาเงินบริจาคไปใช้

เหตุการณ์ที่สร้างความวุ่นวายในโลกออนไลน์เริ่มต้นจากการที่มีข้อมูลออกมาเผยแพร่เกี่ยวกับทิดอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่มียอดเงินบริจาคจากศรัทธาชาวพุทธเป็นจำนวนมหาศาล แต่กลับมีการใช้จ่ายเงินทำบุญอย่างผิดวัตถุประสงค์ และไม่โปร่งใส ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า มีอินฟลูเอนเซอร์ดังหลายคนที่เป็นอดีตพระสงฆ์ เคยไปขอยืมเงินจากทิดอลงกตในช่วงที่ยังครองสมณะ โดยมีการบอกใบ้ด้วยอักษรย่อ “ส.” “ด.” และ “พ.” ซึ่งทำให้เกิดการเก็งกันอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียว่าเป็นใครบ้าง การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวได้สร้างกระแสความเสียหายอย่างมากต่อสถาบันพระสงฆ์ และยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการทำบุญและการบริจาคเพื่อพระพุทธศาสนา สมปอง นครไธสง ออกมาโพสต์ยอมรับ ท่ามกลางกระแสข่าวและการเก็งกันของคนในโซเชียลมีเดีย อดีตพระมหาสมปอง หรือสมปอง นครไธสง ซึ่งเป็นหนึ่งในพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย และปัจจุบันได้ลาสิกขาแล้วกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากมาย ได้ตัดสินใจออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ในโพสต์แรก สมปองได้เขียนว่า “ยืมนะครับยืม คืนไปแล้วเกือบครึ่ง” ซึ่งเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนว่าตนเคยยืมเงินจากทิดอลงกตจริง แต่อ้างว่าได้คืนเงินไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีโพสต์ก่อนหน้าที่เขียนว่า “ชีวิตต้องสู้ เพราะพี่กู้มาเยอะ อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก” ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะทางการเงินในปัจจุบันของเขาที่ยังคงมีภาระหนี้สินค้างอยู่ การโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน โดยมีคนเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม ทั้งที่เป็นการตั้งคำถาม การวิจารณ์ และการให้กำลังใจ ปฏิกิริยาจากสาธารณชน หลังจากที่สมปอง นครไธสง ออกมายอมรับเรื่องการยืมเงิน ได้มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของเขาอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งข้อความที่แสดงความเข้าใจ และข้อความที่แสดงความไม่พอใจ … Read more

แม่พาลูกสาวแจ้งความตร.-ร้องสื่อฯ ถูกปลัดเทศบาลใน จ.ปราจีนบุรี แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะฝึกงาน

นางสาวหน่อย (นามสมมติ) อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียหาย ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาววัย 17 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานที่เทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อลูกสาวของนางได้เล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของปลัดเทศบาลคนดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการส่งรูปภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงการมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางร่างกายในระหว่างการฝึกงาน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ตามที่นางสาวหน่อยได้เปิดเผย ปลัดเทศบาลรายดังกล่าวมีพฤติกรรมที่น่าวิตกหลายประการ: การส่งเนื้อหาลามก: ปลัดเทศบาลได้ส่งภาพผู้หญิงเปลือยท่อนบนพร้อมผู้ชายยืนคู่กัน รวมถึงลิงก์วิดีโอที่มีเนื้อหาลามกให้กับนักศึกษาฝึกงานดู ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียน การลวนลามทางร่างกาย: ในระหว่างการฝึกงาน นักศึกษาฝึกงานต้องเผชิญกับการถูกจับเนื้อต้องตัวอย่างไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจและกลัวที่จะไปทำงานต่อ การติดตามและรบกวน: ปลัดเทศบาลมีพฤติกรรมโทรศัพท์ตามหานักศึกษาฝึกงานอยู่เป็นประจำ และยังมีการขอให้เป็นแฟนทั้งที่มีอายุห่างกันมาก ซึ่งสร้างความรู้สึกกดดันและไม่ปลอดภัยให้กับผู้เสียหาย คำให้การของผู้เสียหาย นางสาวเมย์ (นามสมมติ) ผู้เสียหายได้ยืนยันว่าตนเองถูกกระทำอนาจารอยู่เป็นประจำจนรู้สึกไม่ดี และในวันที่เดินทางมาลงบันทึกประจำวันในช่วงเช้า ปลัดเทศบาลรายดังกล่าวยังโทรศัพท์เข้ามาหาถึง 2 สาย แต่เธอไม่กล้ารับเพราะความกลัว ความกลัวของนักศึกษาฝึกงานรายนี้มิได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล เนื่องจากพฤติกรรมของปลัดเทศบาลที่ค่อยๆ เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะการที่เขาพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่เกินขอบเขตระหว่างผู้บังคับบัญชากับลูกน้อง ความกังวลของครอบครัว นางสาวหน่อย มารดาของผู้เสียหาย ได้เล่าถึงความกังวลของครอบครัวว่า “ลูกสาวมักจะเล่าให้ฟังว่าถูกปลัดเทศบาลรายดังกล่าวขอเป็นแฟนอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่อายุต่างกันมากและทุกวันมักจะโทรศัพท์มาหาลูกสาวจนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย” ความกังวลของมารดาคนนี้มิใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะการที่ผู้ใหญ่ในตำแหน่งอำนาจมีพฤติกรรมดังกล่าวต่อเยาวชนที่อยู่ภายใต้การดูแล อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้นได้ สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าวิตกยิ่งขึ้น คือ ความแตกต่างของอำนาจและสถานะระหว่างปลัดเทศบาลซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชากับนักศึกษาฝึกงานที่ต้องพึ่งพิงการประเมินผลจากหน่วยงาน … Read more

อรอุ๋ง BNK ออกมาชี้แจงปฏิเสธข่าวลือสัมพันธ์ “หมอบี” ยืนยันเคารพเหมือนพ่อแม่ เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้บิดเบือนข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นางสาวอร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ หรือที่รู้จักกันในนาม “อรอุ๋ง BNK” ได้ออกมาแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือที่แพร่กระจายไปในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ที่เพิ่งถูกจับกุมในคspraคดีเงินวัดพระบาทน้ำพุ พื้นหลังเหตุการณ์และข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการไสยศาสตร์และการสื่อสารกับวิญญาณ ถูกหน่วยงานความมั่นคงจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับสังคมไทยและผู้ที่ติดตามผลงานของเขา ภายหลังจากการจับกุมดังกล่าว ได้มีบุคคลใกล้ชิดและแหล่งข่าวหลายแหล่งออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของหมอบี โดยอ้างว่าเขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นนอกเหนือจากภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในสื่อสังคมออนไลน์ ชื่อที่ถูกพาดพิงมากที่สุด ในบรรดาชื่อที่ถูกนำมาเชื่อมโยงและคาดเดากับเรื่องดังกล่าว ชื่อของ “อร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ” หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม “อรอุ๋ง BNK” กลับกลายเป็นชื่อที่ถูกพาดพิงและจับตามองมากที่สุด อาจเนื่องจากการที่เธอเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและมีผู้ติดตามจำนวนมากในสื่อสังคมออนไลน์ การเก็งกระซิบและข่าวลือเหล่านี้ได้สร้างความกดดันและผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของอรอุ๋งอย่างมาก ทำให้เธอต้องตัดสินใจออกมาชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ คำแถลงการณ์ชี้แจงของอรอุ๋ง BNK เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 อรอุ๋ง BNK ได้ใช้ฟีเจอร์สตอรี่บนแอปพลิเคชันอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอในการออกมาแถลงการณ์ชี้แจงต่อสาธารณะ โดยข้อความที่เธอโพสต์มีใจความสำคัญดังนี้ การปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน ในคำแถลงการณ์ อรอุ๋งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า “จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น มีหลายคนพูดถึงอรในทำนองว่าอรมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพี่บี … Read more