“หลวงพ่อเมือง” พระเถระชื่อดังจังหวัดกาฬสินธุ์ ลาสิกขาในวัย 79 ปี หลังถูกร้องเรียนเสพเมถุน 9 ปี

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 พระประทิน อัคคธัมโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส ได้ออกหนังสือราชการแจ้งเจ้าคณะตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องการลาสิกขาของพระโพธิญาณมุนี โดยระบุในหนังสือว่า “ในนามของรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส บ้านดองเมือง ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ) ได้ลาสิกขาแล้ว และได้เดินทางออกจากวัดไปแล้ว” การแจ้งลาสิกขาอย่างเป็นทางการนี้ได้สร้างความตกใจและความเสียใจอย่างมากในหมู่พุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะผู้ที่เคารพนับถือหลวงพ่อเมืองมาเป็นเวลานาน หลายคนแสดงความช็อกและไม่เชื่อในข่าวดังกล่าว ประวัติและผลงานของหลวงพ่อเมือง พระโพธิญาณมุนี เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2489 ปัจจุบันมีอายุ 79 ปี ได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 ทำให้นับพรรษาได้ 59 ปี สังกัดธรรมยุติกนิกาย ประจำอยู่ที่วัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ ตลอดระยะเวลาการเป็นพระภิกษุ หลวงพ่อเมืองได้สร้างชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือของชาวพุทธไม่เพียงแต่ในจังหวัดกาฬสินธุ์เท่านั้น … Read more

พลังหัวหน้ายุคใหม่ที่ “รู้รอบไม่รู้ลึก” กับ 6 ข้อได้เปรียบของผู้นำแบบ Generalist

ในยุคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของผู้นำที่มีทักษะ “รู้รอบด้าน” มากกว่าการ “รู้ลึก” ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า หัวหน้าแบบ Generalist กำลังกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทีมงานสู่ความสำเร็จ ผลสำรวจเผย 90% ผู้บริหารระดับสูงเป็นหัวหน้าแบบ Generalist จากการสำรวจของ Harvard Business Review ที่ศึกษาผู้บริหารระดับ C-Suite จำนวน 17,000 คน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า มีจำนวนมากถึง 90% ที่เป็นหัวหน้าแบบ Generalist ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ การค้นพบนี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยและบทความของผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน โดยเฉพาะ Heather V. MacArthur จาก Forbes ที่ได้กล่าวไว้ว่า “หัวหน้าแบบ Generalist มักจะสามารถเชื่อมโยงแนวคิดจากหลายด้านเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่พร้อมปรับตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลง แต่ยังสามารถผลักดันทั้งองค์กรและทีมให้ก้าวหน้ามากขึ้นอีกด้วย” นอกจากนี้ Mansoor Soomro ผู้เขียนหนังสือ “The Generalist Advantage” จาก Big Think ยังเสริมว่า หัวหน้าแบบ Generalist … Read more

หัวหน้ายุคใหม่ไม่ต้องสุดโต่ง แค่ “ยืดหยุ่น” ให้เป็น กับ 8 จุดแข็งของผู้นำสไตล์ Ambivert ที่องค์กรต้องการ

ในยุคที่พนักงานลาออกเพราะหัวหน้ามากกว่าบริษัท การมีผู้นำที่ยืดหยุ่นและเข้าใจคนหลากหลายบุคลิกภาพกลายเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ จากรายงานการวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการลาออกของพนักงานในหลายองค์กรไม่ได้เกิดจากเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่เกิดจากปัญหาการบริหารงานและการสื่อสารของผู้บังคับบัญชา ทำให้การเลือกผู้นำที่มีบุคลิกภาพเหมาะสมกลายเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญมากขึ้น ในโลกของการบริหารงาน คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับหัวหน้าที่มีบุคลิกแบบ Introvert (คนเก็บตัว) และ Extrovert (คนเปิดเผย) แต่มีอีกหนึ่งบุคลิกภาพที่กำลังได้รับความสนใจจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลทั่วโลก นั่นคือ ผู้นำที่มีบุคลิกภาพแบบ “Ambivert” หรือบุคลิกที่ผสมผสานจุดแข็งของทั้ง Introvert และ Extrovert เข้าไว้ด้วยกัน ทำไมบุคลิกภาพถึงสำคัญสำหรับผู้นำยุคใหม่ การเป็นหัวหน้าในปัจจุบันไม่ได้มีแค่บทบาทของผู้ตัดสินใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสื่อสาร สร้างความเข้าใจ บริหารอารมณ์ตนเอง และรับมือกับความหลากหลายของสมาชิกในทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีบุคลิกภาพที่เหมาะสมจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่แพ้ทักษะทางเทคนิคใดๆ จากบทความใน Psychology Today โดย ดร.ซูซานเน เดกเก็ส-ไวท์ (Dr. Suzanne Degges-White) นักจิตวิทยาชื่อดัง ได้กล่าวถึงจุดแข็งของหัวหน้าแบบ Ambivert ว่า “พวกเขามักจะมีสัญชาตญาณที่ดีในการแก้ปัญหาอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว มีการทำงานที่สมดุลและมั่นคง ไม่เสี่ยงเกินไปแต่ก็ยังเปิดรับโอกาสใหม่ๆ” นอกจากนี้ สเตฟาน ฟอล์ค (Stefan Falk) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในที่ทำงานและผู้เขียนหนังสือ “Intrinsic Motivation: Learn … Read more

“Stagility” ทักษะใหม่ขององค์กรยุคดิจิทัล เมื่อความคล่องตัวต้องมาพร้อมความมั่นคง

ผลวิจัย Deloitte เผยช่องว่างระหว่างผู้นำกับพนักงาน พร้อมเสนอแนวทางสร้างสมดุลใหม่สำหรับองค์กรแห่งอนาคต ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการความคล่องตัวเพื่อตอบสนองต่อตลาด กับความต้องการความมั่นคงจากพนักงาน ผลวิจัยล่าสุดจาก Deloitte Global’s Human Capital Trends 2025 ได้เผยให้เห็นแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Stagility” ซึ่งอาจจะเป็นคำตอบสำหรับปัญหานี้ ความขัดแย้งระหว่างผู้นำกับพนักงาน การวิจัยครั้งนี้พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า 75% ของพนักงานทั่วโลกคาดหวังให้การทำงานในอนาคตมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนยังปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่น่าตกใจคือ พนักงานประมาณ 2 ใน 3 รู้สึกว่าโลกการทำงานเปลี่ยนเร็วเกินไป และ 49% กังวลว่าตัวเองอาจตามไม่ทัน สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อพิจารณาว่า พนักงานทั่วไปต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงที่องค์กรวางแผนไว้มากถึง 10 ครั้งต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเฉลี่ย 2 ครั้งในปี 2016 การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กร การเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน และการนำระบบเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับพนักงานในหลายระดับ มุมมองของผู้นำองค์กร ในขณะที่พนักงานต้องการความมั่นคง ผู้นำองค์กรกลับรู้สึกถึงแรงกดดันที่จะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดย 85% ของผู้นำเห็นว่าองค์กรต้องออกแบบการทำงานให้คล่องตัวขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันเวลา อย่างไรก็ตาม เพียง … Read more

“อยู่รอดในยุคดิจิทัล” 5 ทักษะหลักที่นักการตลาดต้องฝึกฝนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเลิกจ้าง

ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง อุตสาหกรรมการตลาดกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานและความต้องการทักษะของนักการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ รายงานจากหลายองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมระบุว่า นักการตลาดที่ไม่สามารถปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ได้ทันกับการเปลี่ยนแปลง กำลังเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างมากขึ้น ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ กำลังมองหานักการตลาดที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่ความเชี่ยวชาญในด้านเดียว แต่ต้องเป็นผู้ที่มีทักษะครอบคลุมทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้เทคโนโลยี รวมถึงความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจและวิเคราะห์แนวโน้มตลาดงาน รวมถึงความต้องการของผู้ประกอบการในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและทรัพยากรมนุษย์ได้ระบุทักษะสำคัญ 5 ด้านที่นักการตลาดทุกคนควรให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกเลิกจ้าง ทักษะที่ 1: การเป็นนักสงสัยที่ใฝ่รู้อย่างไม่หยุดยั้ง ทักษะแรกที่นักการตลาดต้องมีคือ ความสามารถในการตั้งคำถามที่ถูกต้องและค้นหาคำตอบอย่างไม่หยุดยั้ง นักการตลาดที่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันต้องเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง มีนิสัยรักการสอบถาม และไม่ยอมรับสิ่งที่เห็นในภาพรวมเพียงแค่นั้น ความสามารถในการตั้งคำถามที่มีคุณภาพไม่ได้หมายความว่าจะต้องหาคำตอบที่ถูกต้องแม่นยำเสมอไป แต่เป็นการเปิดประตูสู่ไอเดียใหม่ ๆ ที่อาจนำไปสู่การค้นพบวิธีการทำงานที่ดีกว่าหรือโซลูชันที่เหนือกว่าเดิม นักการตลาดที่มีทักษะนี้จะไม่หยุดนิ่งเมื่อเห็นผลลัพธ์หรือข้อมูลในระดับผิวเผิน แต่จะขุดลึกลงไปเพื่อหาสาเหตุ แนวทาง และโอกาสที่ซ่อนอยู่ การเป็นนักการตลาดที่ “ช่างสงสัย” หมายถึงการมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่อาจจะไม่เด่นชัดในตอนแรก การสงสัยในสมมติฐานที่มีอยู่ และการกล้าที่จะท้าทายแนวคิดเดิม ๆ คำถามแต่ละคำถามที่ถูกตั้งขึ้นจะนำไปสู่คำตอบที่แตกต่างกัน และแม้ว่าคำถามบางคำถามอาจไม่นำไปสู่คำตอบที่ดีที่สุดในทันที แต่กระบวนการสอบถามและค้นหานั้นเองจะเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดไอเดียใหม่ที่สามารถนำไปทดลองและพัฒนาต่อได้ ทักษะนี้เป็นสิ่งที่ช่วยแยกแยะนักการตลาดธรรมดาที่เป็นเพียง “คนทำงาน” กับนักการตลาดมืออาชีพที่เป็น “คนสร้างโอกาสใหม่” ให้กับทีมงานและองค์กร นักการตลาดที่มีความสามารถในการตั้งคำถามที่ดีจะสามารถมองเห็นช่องว่างในตลาด ค้นพบความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง … Read more

ผู้นำยุคใหม่เปลี่ยนกลยุทธ์: จาก “หัวหน้ากางร่ม” สู่การสร้างภูมิคุ้มกันให้ทีมงานเผชิญวิกฤตด้วยตนเอง

ปัญหาของผู้นำสมัยใหม่ที่ต้องเรียนรู้การปล่อยวาง เพื่อให้ลูกทีมเติบโตอย่างแท้จริง ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำหลายคนต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือการต้องปล่อยให้ทีมงานเรียนรู้จากความผิดพลาดด้วยตัวเอง แทนที่จะคอยปกป้องพวกเขาจากทุกปัญหา ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่หลายองค์กรเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ปัญหา “หัวหน้ากางร่ม” ที่แฝงไปด้วยผลเสีย ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “หัวหน้าผู้คอยกางร่ม” หรือ “The Umbrella Manager” กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในหลายองค์กร ผู้นำประเภทนี้มักจะพยายามออกรับทุกปัญหาเพื่อปกป้องลูกทีมจากความยากลำบาก โดยมีเจตนาดีที่ต้องการให้ทีมงานทำงานได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม การศึกษาจากสถาบันการจัดการชั้นนำหลายแห่งพบว่า แนวทางนี้กลับสร้างปัญหาในระยะยาวมากกว่าประโยชน์ เมื่อผู้นำไม่สามารถคอยกางร่มให้ได้ตลอดเวลา ทีมงานจะขาดทักษะในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และกลายเป็นทีมที่พึ่งพาผู้นำมากเกินไป นางสาวสุมิตรา  ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผู้นำจากสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้นำในยุคปัจจุบันต้องเรียนรู้ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับทีม ไม่ใช่เพียงแค่ปกป้องพวกเขา การที่เราคอยแก้ปัญหาให้ตลอดเวลานั้น เท่ากับเราไม่ให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง” ช่วงปลายปีกับความท้าทายของผู้นำ ช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับผู้นำหลายคน เพราะเป็นช่วงที่พนักงานใช้วันลากันอย่างเต็มที่ รวมถึงผู้นำเองก็ต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปีใหม่ ความกังวลของผู้นำหลายคนคือ เมื่อตนเองไม่อยู่ ทีมงานจะสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้หรือไม่ ดร.วิชัย นักจิตวิทยาองค์กรจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า “การที่ผู้นำมีความกังวลเมื่อต้องออกจากที่ทำงานเป็นสิ่งปกติ แต่หากความกังวลนั้นมากเกินไปจนขัดขวางการพัฒนาของทีม นั่นจึงเป็นสัญญาณว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการบริหารงาน” 5 กลยุทธ์สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ทีมงาน จากการศึกษาและวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการจากหลายสถาบัน พบว่ามีวิธีการสำคัญ 5 ประการที่ผู้นำสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับทีมงาน 1. เผชิญหน้ากับความกลัวอย่างตรงไปตรงมา ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการทำความเข้าใจกับตัวเองว่า … Read more

วิกฤตทางเลือกมากเกินไป กำลังทำลายยอดขาย: เมื่อความหลากหลายกลายเป็นอุปสรรค

นักวิจัยเผยภาวะ “Choice Overload” ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภค หลายแบรนด์ดังปรับกลยุทธ์เน้น “น้อยกว่าแต่ดีกว่า” ในยุคที่ธุรกิจต่างแข่งขันกันนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกสรร แต่การมีทางเลือกมากเกินไปกลับกลายเป็นดาบสองคม ที่อาจส่งผลเสียต่อการตัดสินใจของลูกค้ามากกว่าที่คิด ตามรายงานจาก IESE Business School ที่ตีพิมพ์ใน Forbes ระบุว่า แม้ผู้คนจะชื่นชอบความอิสระในการเลือก และการมีทางเลือกหลากหลายทำให้รู้สึกว่าสามารถควบคุมการตัดสินใจของตนเองได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างภาระทางจิตใจอย่างมาก เนื่องจากสมองต้องประมวลผล ประเมิน และเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ ได้ยากขึ้น ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า “ภาวะตัวเลือกมากเกินไป” หรือ “Choice Overload” ภาวะตัวเลือกมากเกินไปคืออะไร และส่งผลกระทบอย่างไร ภาวะตัวเลือกมากเกินไป (Choice Overload) หมายถึงสถานการณ์ที่ผู้บริโภคต้องเผชิญกับตัวเลือกมากเกินจนไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือในบางกรณีอาจเลือกที่จะไม่ซื้อสินค้าใดเลย เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกเสียใจหากตัดสินใจผิด ปรากฏการณ์นี้เกิดจากข้อจำกัดทางประสาทวิทยาของสมองมนุษย์ ที่ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาเดียวกัน เมื่อต้องเลือกจากตัวเลือกมากเกินไป สมองจะเกิดความเครียด ทำให้การตัดสินใจใช้เวลานานขึ้น หรืออาจตัดสินใจไม่เลือกอะไรเลยในที่สุด นักจิตวิทยาอธิบายว่า การมีตัวเลือกมากเกินไปทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Paralysis by Analysis” คือสถานการณ์ที่คิดมากเกินไปจนไม่สามารถลงมือทำอะไรได้ ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ เสียลูกค้าไปโดยไม่รู้ตัว การทดลองแยมครั้งประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนวงการการตลาด หนึ่งในการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ คือ “การทดลองแยม” (The … Read more

ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ภายใน 10 ปี ชี้ 5 เทรนด์ใหม่ที่คนไทยต้องรู้

วิกฤติการณ์ “Super Aged Society” กำลังจะมาถึงไทยเร็วกว่าคิด รายงานล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 เผยความจริงที่อาจทำให้หลายคนต้องตกใจ ประเทศไทยกำลังเดินทางสู่การเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) อย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าในอีกไม่ถึง 10 ปี (พ.ศ. 2574) สัดส่วนผู้สูงอายุของไทยจะพุ่งสูงถึง 28% ของประชากรทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติธรรมดา แต่คือการเปลี่ยนผ่านที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงงาน รายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และคุณภาพชีวิตของคนทุกวัยรุ่น เข้าใจ 3 ระดับของสังคมสูงวัย: ไทยอยู่ตรงไหน? สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จำแนกสังคมสูงวัยออกเป็น 3 ระดับตามอัตราส่วนของผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เทียบกับประชากรทั้งหมด ดังนี้ สังคมสูงวัย (Aged Society) ระดับแรกเมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งประเทศไทยผ่านจุดนี้มาแล้วนานหลายปี สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ระดับที่สองเมื่อประชากรสูงอายุมีสัดส่วนเกิน 20% ของทั้งประเทศ … Read more

‘Gen Well’ กลุ่มคนใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจไทย นักลงทุนชี้ต้องปรับกลยุทธ์ด่วนหรือเสี่ยงตกขบวน

วันนี้โลกธุรกิจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดและพฤติกรรมแตกต่างจากเดิม พวกเขาคือ ‘Gen Well’ กลุ่มคนที่ไม่มองสุขภาพเป็นเพียงการไม่เจ็บป่วย แต่คือการดูแลตัวเองทั้งกายและใจให้ดีที่สุดในทุกช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งแนวคิดนี้กำลังจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งการทำงานและพฤติกรรมการบริโภคในอนาคต นักวิเคราะห์ตลาดหลายรายชี้ว่า ผู้ประกอบการที่ไม่เข้าใจและปรับตัวตามเทรนด์นี้อาจเสี่ยงสูญเสียคนเก่งและพลาดโอกาสทางธุรกิจมหาศาล ทำไม ‘Gen Well’ จึงกลายเป็นเทรนด์ที่นักธุรกิจต้องจับตา ความเชื่อและพฤติกรรมของ Gen Well ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในสองมิติหลักที่ผู้ประกอบการไม่สามารถมองข้ามได้ ในฐานะพนักงาน ชั่วโมงทำงานที่นานเกินไป หรือการไม่รู้สึกถึงความหมายของงาน ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและอัตราการลาออกของพนักงาน องค์กรที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) และความหมายของงาน จะสูญเสียคนเก่งไปในที่สุด การสำรวจล่าสุดพบว่า องค์กรหลายแห่งเริ่มประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานคุณภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะสูง ที่พร้อมจะเปลี่ยนงานหากไม่ได้รับการตอบสนองในเรื่องคุณค่าชีวิตที่พวกเขาต้องการ ในฐานะผู้บริโภค การให้ความสำคัญกับสุขภาพได้สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างมหาศาล พวกเขายินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมและชุมชนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่พื้นที่อย่าง Emsphere สามารถเปลี่ยนจาก Night Club สู่การเป็น Morning Club ที่ผู้คนมาทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพกันในตอนเช้า การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงพลังการซื้อและความต้องการใหม่ของตลาดที่ผู้ประกอบการต้องจับตา ข้อมูลจากสำนักวิจัยตลาดระบุว่า ตลาดสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพในประเทศไทยมีมูลค่าเติบโตขึ้นกว่า 15% ต่อปี โดยมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของ Gen Well Gen Well ต้องการอะไรจากที่ทำงานและการใช้ชีวิต คำว่า … Read more

“ภัยเงียบใกล้ตัว” ผู้เชี่ยวชาญเตือนภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง พบสูงถึง 30% ในผู้สูงอายุทั่วโลก

การเปลี่ยนแปลงของสังคมสู่สังคมผู้สูงอายุไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความท้าทายด้านการดูแลสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพที่เงียบเชียบแต่ร้ายแรงที่หลายคนยังมองข้าม นั่นคือ “ภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง” หรือ “Sarcopenia” ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากแนวโน้มระดับโลกเผยว่า พบในผู้สูงอายุสูงถึง 30% โดยเฉพาะในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบัน สังคมไทยและโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายแพทย์ฉันทัสอธิบายว่า ผู้สูงอายุสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มติดบ้าน กลุ่มติดเตียง และกลุ่มติดสังคม ซึ่งแต่ละกลุ่มต่างมีความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลงในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากแนวโน้มระดับโลก (Global trend in Orthogeriatric patient) ชี้ชัดว่า สังคมผู้สูงอายุทั่วโลกมีภาวะกล้ามเนื้อพร่องสูงถึง 30% โดยเฉพาะในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาที่หลายคนยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญมากพอ เข้าใจภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง ภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ภาวะมวลกล้ามเนื้อพร่อง หรือ Sarcopenia เป็นภาวะการลดลงของขนาดและสมรรถนะของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกระบวนการถดถอยของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น นายแพทย์ฉันทัสอธิบายว่า เมื่อกล้ามเนื้อลดลง ผู้ป่วยจะเดินหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คนรุ่นใหม่ก็ไม่ควรประมาทเช่นกัน เนื่องจากการสะสมของการใช้ชีวิตแบบนั่งนิ่ง … Read more