สื่อเผยอีกด้าน! ญี่ปุ่นไม่ได้บีบไทย “เปิดด่าน” แต่เตือนเขมรวิกฤตเศรษฐกิจหากยังปิดด่านชายแดนต่อไป

ความจริงเบื้องหลังความเข้าใจผิดในโซเชียลมีเดีย การปิดจุดผ่านชายแดนสำคัญระหว่างไทยและกัมพูชากำลังสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะต่อความน่าเชื่อถือของกัมพูชาในฐานะจุดหมายการลงทุนที่สำคัญ ตามรายงานล่าสุดจากเว็บไซต์ทราเวลแอนด์ทัวร์เวิลด์ ซึ่งอ้างอิงคำเตือนจากญี่ปุ่นที่มีต่อสถานการณ์ในกัมพูชา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่สื่อมวลชนกัมพูชาตีข่าวอ้างว่า ญี่ปุ่นเป็น “ประเทศที่ 3” ที่กดดันให้ไทยและกัมพูชาเปิดด่านชายแดนท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ ข่าวดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากประชาชนไทยบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่เข้าใจผิดว่าญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย สื่อกัมพูชาตีข่าวอ้างคำพูดทูตญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อมวลชนกัมพูชาอย่าง kampucheathmey ได้อ้างคำพูดของนายอูเอโนะ อาสึชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ที่กล่าวว่า การปิดด่านชายแดนที่ยืดเยื้อระหว่างกัมพูชาและไทย ทำให้บริษัทญี่ปุ่นต่างๆ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และการสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ในกัมพูชาไม่ใช่เรื่องง่ายในสถานการณ์เช่นนี้ ทูตญี่ปุ่นได้ชี้แจงว่า “ผมเข้าใจว่ารัฐบาลกัมพูชาหวังให้บริษัทญี่ปุ่นในกัมพูชามอบโอกาสการจ้างงานแก่แรงงานที่เดินทางกลับมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการปิดด่านชายแดนที่ยืดเยื้อกับไทย บริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในกัมพูชาผ่านนโยบายไทยแลนด์พลัส 1 ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก และการขยายโอกาสการจ้างงานใหม่ไม่ใช่ภารกิจที่ง่าย” ปฏิกิริยาจากสังคมไทยและความเข้าใจผิด รายงานของสื่อกัมพูชาที่นำเสนอคำพูดดังกล่าวในลักษณะของการกดดันให้เปิดด่าน ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากประชาชนไทยบนสื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มคนจำนวนมากได้เข้าไปบุกถล่มเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสถานทูตญี่ปุ่น โดยกล่าวหาว่าญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซงกิจการของไทย บางส่วนแสดงความผิดหวังกับการเข้ามาก้าวก่ายของพันธมิตรแห่งนี้ ความเข้าใจผิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของประชาชนไทยต่อการแทรกแซงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การชี้แจงความจริงจากญี่ปุ่น ล่าสุด เว็บไซต์ทราเวลแอนด์ทัวร์เวิลด์ รวมถึงสื่อญี่ปุ่นและเพจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น ได้พยายามอธิบายความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยระบุว่า แท้จริงแล้วญี่ปุ่นเพียงแค่แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในกัมพูชา โดยชี้ว่าการปิดด่านชายแดนสำคัญ โดยเฉพาะที่ติดกับไทย กำลังก่อความปั่นป่วนทางลอจิสติกส์อย่างรุนแรงและก่อความเสี่ยงต่อความน่าดึงดูดใจของกัมพูชาในฐานะจุดหมายหลักของการลงทุน การชี้แจงนี้เน้นย้ำว่า ญี่ปุ่นไม่ได้มีเจตนาในการกดดันไทยหรือกัมพูชาให้เปิดด่านชายแดน แต่เป็นการแสดงความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับบริษัทญี่ปุ่นและการลงทุนในภูมิภาค คำเตือนจาก … Read more

สาวร้านค้าออนไลน์เปิดใจหลังประสบการณ์ “บัญชีถูกอายัด” ต้องหอบเอกสาร 20 กิโลกรัม พิสูจน์ความบริสุทธิ์ แนะเปลี่ยนสาขา-เจ้าหน้าที่หากติดขัด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pithugan KT ได้โพสต์เรื่องราวที่สะเทือนใจของการเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่ถูกธนาคารอายัดบัญชีโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พร้อมแนบภาพเอกสารกองโตที่เธอต้องเตรียมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เธอเล่าว่า “ร้านเราค้าขายเงินหมุนเวียนเข้าออก 24 ชั่วโมง ถูกอายัดบัญชีโดยธนาคารเป็นฝ่ายอายัดเอง ไม่มีเลขคดี ไม่มีบัญชีม้า” โดยที่บัญชีของเธอถูกอายัดโดยไม่มีการแจ้งเหตุผลที่ชัดเจน กระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน การชี้แจงเพื่อขอปลดอายัดบัญชีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าของร้านต้องผ่านกระบวนการที่ยุ่งยากและใช้เวลานานถึง 2 เดือน โดยต้องยื่นเอกสารถึง 2 รอบ รอบแรกที่ยื่นเอกสาร ธนาคารปฏิเสธโดยบอกว่า “เอกสารไม่พอ” แม้ว่าเธอจะเตรียมเอกสารไปเป็นจำนวนมาก โดยเธอเล่าว่า “เตรียมไปเยอะมาก ชั่งน้ำหนักเกือบ 20 กิโล” สำหรับรอบที่สอง เธอต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้ง โดย “เตรียมเอกสารไปเต็มกระเป๋าลากใบใหญ่” และในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติให้ปลดอายัดบัญชีหลังจากรอคอยเกือบ 2 เดือน ประเภทเอกสารที่ต้องเตรียม จากการเล่าของเธอ เอกสารที่ต้องเตรียมมีความหลากหลายและครอบคลุมทุกด้านของธุรกิจ ได้แก่: หลักฐานการดำเนินธุรกิจ: บิลเงินสด สลิปโอนไลน์ แคปหน้าจอการแชทกับลูกค้า บันทึกการขาย: ข้อมูลลูกค้าวันละเกือบร้อยคน ย้อนหลัง 6 เดือน เอกสารการสั่งซื้อ: บิลสั่งของ … Read more

“หนุ่ม กรรชัย” เผยความจริงเบื้องหลัง เตือนสติ “มดดำ” ออกตัวเข้าข้าง “ผู้วิเศษ” พร้อมชี้ดาราดังเตรียมโดนแฉ ความเสียหายร้อยล้าน

โลกบันเทิงไทยกำลังเผชิญกับประเด็นที่สั่นสะเทือน หลังจากคดี “ผู้วิเศษ” ที่หลอกลวงประชาชนด้วยการขายความเชื่อและความศรัทธา กลับกลายเป็นเครือข่ายหลอกเงินขนาดใหญ่ ล่าสุด “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้ออกมาเปิดใจถึงการเตือนสติ “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” ในเรื่องการออกตัวเข้าข้างผู้ที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษ พร้อมเผยว่าจะมีดาราดังรายใหญ่ถูกเปิดเผยในเร็วๆ นี้ ความเชื่อส่วนบุคคล vs ความจริงที่พิสูจน์ได้ หนุ่มกรรชัยได้เปิดเผยว่าตนเองได้มีการเตือนมดดำในเรื่องการออกตัวเข้าข้างผู้ที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษมาแล้ว โดยเฉพาะจากกรณีของ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงเครือข่ายผู้วิเศษในสังคมไทย “จะบอกว่าไม่พูดเลยก็คงจะโกหก มีพูดแหละ” หนุ่มกรรชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องที่เราไม่สามารถพูดได้คือเรื่องความเชื่อ มันเป็นสิ่งที่แล้วแต่บุคคลจะคิด เขาจะอ่านของเขาได้เอง เราไม่สามารถไปห้ามใครไม่ให้เชื่ออะไรได้” การแสดงความเห็นของหนุ่มกรรชัยสะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างการเคารพความเชื่อส่วนบุคคลกับการปกป้องสังคมจากการหลอกลวง เขาอธิบายว่า “มันเป็นเรื่องปกติที่คนจะเชื่อ คนนั้นบอกอย่าไปเชื่อ เขาก็คงจะไม่ฟังเพราะเขาเชื่อของเขาแบบนั้น” บทบาทของมดดำในเครือข่ายผู้วิเศษ ที่น่าสนใจคือการที่หนุ่มกรรชัยได้วิเคราะห์บุคลิกและท่าทีของมดดำในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง “มดดำเองก็เหมือนกันเขาก็มีสิทธิ์จะเชื่อของเขา ในวันหนึ่งที่มันถูกพิสูจน์มาแล้ว ผมเชื่อว่ามดดำเป็นคนที่มีวุฒิภาวะทางความคิดสูง เขาต้องรู้ได้ว่าอันนี้มันไม่ใช่แล้ว” คำพูดนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของหนุ่มกรรชัยที่มีต่อสติปัญญาและความสามารถในการตัดสินใจของเพื่อนสนิท แต่เขาก็เข้าใจดีว่า “เขารู้เพียงแต่เขาอาจจะไม่ได้ออกมาพูดให้ใครฟัง” ซึ่งอาจเป็นเพราะเหตุผลส่วนตัวหรือความกังวลเรื่องผลกระทบที่อาจตามมา กรณี หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ เป็นบทเรียน หนุ่มกรรชัยได้ยกตัวอย่างกรณีของหมอบี ทูตสื่อวิญญาณ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาต้องเตือนมดดำให้ระวัง “ตอนที่หมอบีถูกจับไป … Read more

นักศึกษา ม.ดัง โดดชั้น 4 หนีความผิด หลังถูกบังคับให้แอบถ่ายใต้กระโปรงสาว แลกกลุ่มลับข่มขู่จะแบล็คเมล์

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 12 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางใหญ่ได้รับแจ้งเหตุการณ์เศร้าใจจากศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในย่านบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งพลัดตกจากชั้น 4 และได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉินและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุในทันที เพื่อให้การช่วยเหลือและตรวจสอบสถานการณ์ ที่จุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 1 ลานหน้าซุปเปอร์มาเก็ต พบนายปุณณภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี นอนอยู่ในกองเลือดในสภาพสาหัส นักศึกษาหนุ่มสวมเสื้อสีของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านบางเขน ใส่กางเกงขายาวสีครีม นอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพที่น่าตกใจ มีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณศีรษะด้านหลัง และข้อเท้าด้านขวาหักผิดรูป ทีมแพทย์และพยาบาลที่เกิดมาอยู่ในศูนย์การค้าในขณะนั้น รวมถึงเจ้าหน้าที่พยาบาลของศูนย์การค้าได้เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ โดยทำการ CPR เนื่องจากผู้ประสบเหตุอยู่ในสภาพหมดสติ ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ เพื่อรักษาต่อ พยานเผยเหตุการณ์สะเทือนขวัญก่อนโศกนาฏกรรม นายฟ่าง (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี อาชีพโฟร์แมน ซึ่งเป็นพยานสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนโศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น นายฟ่างเล่าว่า เมื่อวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.30 น. เขาและเพื่อนอีก 2 คน กำลังเดินเล่นอยู่ในศูนย์การค้า จู่ๆ … Read more

ดาราเอวีเชื้อสายฮ่องกงคนแรกสร้างกระแส! เปิดบริการรับประทานอาหารแบบส่วนตัว หนึ่งต่อหนึ่ง ค่าบริการ 150,000 บาท

เอเรนะ โซ ดาราเอวีเชื้อสายฮ่องกง-ญี่ปุ่นคนแรกของวงการ กำลังสร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังจากประกาศเปิดบริการใหม่ที่แปลกตาและกล้าหาญ ด้วยการให้บริการรับประทานอาหารแบบส่วนตัวกับแฟนคลับ ในรูปแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โดยเก็บค่าบริการสูงถึง 40,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 150,000 บาทไทย ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางธุรกิจที่น่าสนใจของนักแสดงหญิงวัย 26 ปี บริการใหม่สุดพิเศษ ตอบสนองความต้องการแฟนคลับ ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ เอเรนะ โซ เผยว่า การตัดสินใจเปิดบริการดังกล่าว เกิดจากการที่ได้รับคำขอจากแฟนคลับเป็นจำนวนมาก เมื่อถูกถามถึงเรื่อง “คำเชิญไปทานอาหาร” เธอตอบติดตลกว่า “ยังไม่มีใครเชิญเลยนะ” ก่อนที่จะเปิดเผยในภายหลังว่า ได้เปิดบริการใหม่บนเว็บไซต์ส่วนตัวของเธอแล้ว “มีคนถามเข้ามาเยอะมาก ฉันเลยตัดสินใจทำบริการนี้” เอเรนะอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง “การทำงานในวงการนี้ทำให้ฉันเข้าใจความต้องการของแฟนคลับดี และอยากสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับพวกเขา” การบริการนี้แบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยมีตัวเลือกให้แฟนคลับเลือกตามงบประมาณและความต้องการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างรายได้จากฐานแฟนคลับที่มั่นคง โปรแกรมสมาชิกพิเศษ เข้าถึงง่าย ราคาสมเหตุผล นอกเหนือจากบริการทานอาหารแบบส่วนตัว เอเรนะยังมีโปรแกรมสมาชิกระยะยาว 6 เดือน ในราคา 4,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 15,000 บาทไทย ที่ให้สิทธิพิเศษแฟนคลับในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มกับเธอได้ฟรี “ฉันมีโปรแกรมสมาชิกสะสมแต้ม ถ้าสมัคร 6 … Read more

นักศึกษาหนุ่ม 21 ปี ดิ่งตายจากชั้น 4 ห้างดัง หลังถูกจับแอบถ่ายใต้กระโปรง พบมือถือเก็บคลิปแอบถ่าย 9 คลิป

เหตุการณ์น่าสลดใจที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน 2568 ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ในช่วงเย็นของวันดังกล่าว เมื่อหญิงสาวผู้เสียหายรู้สึกสงสัยว่ามีคนตามตัวระหว่างที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อน หลังจากสังเกตพฤติกรรมผิดปกติของหนุ่มนักศึกษาที่อยู่ข้างหลัง เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 4 หญิงสาวจึงหันไปมองและพบว่าหนุ่มคนดังกล่าวกำลังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพใต้กระโปรงของเธอ เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือสะท้านห้าง ด้วยความตกใจและโกรธแค้น หญิงสาวผู้เสียหายจึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง เสียงที่แสดงถึงความตกตะลึงและความโกรธของเธอได้ดึงดูดความสนใจจากผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างที่ได้ยินเสียงจึงรีบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ทันที เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทำการควบคุมตัวหนุ่มนักศึกษาไว้ และขอตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เขาพกพามา ซึ่งได้แก่ โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต iPad เพื่อหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว การโต้เถียงรุนแรงนำไปสู่โศกนาฏกรรม ในระหว่างการตรวจสอบ เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างหนุ่มนักศึกษากับเจ้าหน้าที่และผู้เสียหาย บรรยากาศที่ตึงเครียดได้ทำให้หนุ่มคนดังกล่าวเกิดความตื่นตระหนก และความกลัวต่อผลที่ตามมา ด้วยความสิ้นหวังและความละอาย หนุ่มนักศึกษาจึงตัดสินใจโยนกระเป๋าและ iPad ลงไปยังชั้นล่าง ก่อนที่จะกระโดดตามลงไปจากความสูงของชั้น 4 ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ เสียงกรีดร้องของคนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวุ่นวายและความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้น การสอบสวนเผยความจริงที่น่าตกใจ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของครั้งนี้ในวันที่ 13 กันยายน 2568 โดยระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการตกจากที่สูงได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน ทีมสืบสวนได้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หนุ่มคนดังกล่าวทิ้งไว้มาตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าที่คาดไว้ ไม่เพียงแต่มีคลิปวิดีโอที่แอบถ่ายหญิงสาวผู้เสียหายในห้างเท่านั้น แต่ยังพบคลิปวิดีโอแอบถ่ายผู้เสียหายรายอื่น ๆ ตามสถานีรถไฟฟ้าและสถานที่สาธารณะต่าง ๆ อีกด้วย … Read more

“หลวงพ่อเมือง” พระเถระชื่อดังจังหวัดกาฬสินธุ์ ลาสิกขาในวัย 79 ปี หลังถูกร้องเรียนเสพเมถุน 9 ปี

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 พระประทิน อัคคธัมโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส ได้ออกหนังสือราชการแจ้งเจ้าคณะตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องการลาสิกขาของพระโพธิญาณมุนี โดยระบุในหนังสือว่า “ในนามของรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส บ้านดองเมือง ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ) ได้ลาสิกขาแล้ว และได้เดินทางออกจากวัดไปแล้ว” การแจ้งลาสิกขาอย่างเป็นทางการนี้ได้สร้างความตกใจและความเสียใจอย่างมากในหมู่พุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะผู้ที่เคารพนับถือหลวงพ่อเมืองมาเป็นเวลานาน หลายคนแสดงความช็อกและไม่เชื่อในข่าวดังกล่าว ประวัติและผลงานของหลวงพ่อเมือง พระโพธิญาณมุนี เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2489 ปัจจุบันมีอายุ 79 ปี ได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 ทำให้นับพรรษาได้ 59 ปี สังกัดธรรมยุติกนิกาย ประจำอยู่ที่วัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ ตลอดระยะเวลาการเป็นพระภิกษุ หลวงพ่อเมืองได้สร้างชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือของชาวพุทธไม่เพียงแต่ในจังหวัดกาฬสินธุ์เท่านั้น … Read more

เอ จักรพรรดิ ออกโรง! เผยความจริง ” น้ำล้างดวงไหลเป็นสีดำ” หลังโดนจับใส่รายชื่อ “ผู้วิเศษคนที่ 4” พร้อมประกาศหยุดทำพิธีถาวร

หลังจากโซเชียลเดือดเมื่อ “เอ จักรพรรดิ” ถูกจับใส่รายชื่อเป็นผู้วิเศษรายที่ 4 ต่อจาก หมอบี, เจน ญาณทิพย์, และ อ.เชียง ด้วยการทำพิธีกรรมต่างๆ นานา ทั้งฝากดวง, น้ำล้างดวงไหลเป็นสีดำ, และขายยาเบาหวาน รวมถึงภาพถ่ายที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการแสดงตนเป็นจักรพรรดิ วันนี้เจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงความจริงครั้งแรกในรายการ “โหนกระแส” ยอมรับความผิดพลาด แต่ยืนยันไม่เคยตั้งตนเป็นผู้วิเศษ ในการสัมภาษณ์กับ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ “เอ จักรพรรดิ” ได้เปิดใจเล่าเรื่องราวความเป็นมาของตนเอง พร้อมยอมรับข้อผิดพลาดในหลายเรื่อง “ผมไม่เคยตั้งตนเป็นผู้วิเศษ แต่ต้องยอมรับว่ามีหลายอย่างที่ผมทำแล้วอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด” เอกล่าว เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ต้องมาเป็น “อาจารย์” ว่าเดิมเป็นนักขายสบู่ที่ประสบความสำเร็จ สามารถทำรายได้ถึง 300 ล้านบาทในปีหนึ่ง แต่เมื่อธุรกิจล้มเหลวและถูกฟ้องล้มละลาย จึงหันมาศึกษาโหราศาสตร์และเปลี่ยนศาสนาจากพุทธเป็นพราหมณ์ฮินดู เผยความจริงเรื่อง “น้ำสีดำ” ที่สร้างความเข้าใจผิด ประเด็นที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมากที่สุดคือเรื่อง “น้ำล้างดวงสีดำ” ที่เอต้องยอมรับว่าเป็นการที่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน “ต้องยอมรับครับว่าเราผิดจริง สาเหตุที่น้ำออกมาเป็นสีดำเพราะในพิธีกรรมมีการใช้ข้าวสารที่ย้อมสีม่วง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมของท่านพราหมณ์ แต่เราไม่ได้แจ้งให้ผู้ร่วมพิธีทราบล่วงหน้า” เอยอมรับ เขาอธิบายว่าในพิธี “ประวิตระ ยาตรา” … Read more

ดราม่าเดือด! หญิงไทยวัย 27 ปีในไต้หวัน กดชักโครกหนูแฮมสเตอร์ 10 ตัว พร้อมถ่ายคลิปประชดแฟน ชาวเน็ตไต้หวันระอุเรียกร้องขับไล่กลับไทย

เหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อหญิงไทยวัย 27 ปี ที่พำนักอาศัยอยู่ในเมืองไถจง (Taichung) ประเทศไต้หวัน ได้ก่อเหตุการณ์ทารุณกรรมสัตว์ขั้นร้ายแรง โดยจับหนูแฮมสเตอร์จำนวน 10 ตัว นำไปทิ้งลงในโถส้วม และกดน้ำในชักโครกทิ้งไปอย่างไร้ความเมตตา สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นระเบิดในสังคมไต้หวันคือ การที่หญิงไทยรายดังกล่าวได้ถ่ายคลิปวิดีโอการกระทำโหดร้ายดังกล่าว และนำมาเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงความโกรธและประชดแฟนหนุ่มของตนเอง หลังจากที่ทั้งคู่เกิดปัญหาและทะเลาะกันในช่วงเวลาดังกล่าว ปฏิกิริยาสะเทือนสังคมไต้หวัน เมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวแพร่กระจายไปในโลกออนไลน์ของไต้หวัน ได้ก่อให้เกิดกระแสปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรงและกว้างขวางจากประชาชนไต้หวัน ชาวเน็ตจำนวนมหาศาลได้แสดงความโกรธแค้นและประณามการกระทำดังกล่าวอย่างสุดขีด โดยใช้คำพูดที่รุนแรงในการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “การกระทำที่โหดร้ายและปราศจากมนุษยธรรม” ในหลายๆ แพลตฟอร์ม รวมถึง Facebook, Instagram, และ PTT (แพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมของไต้หวัน) ได้เต็มไปด้วยข้อความแสดงความไม่พอใจ โดยมีผู้ใช้งานหลายร้อยคนที่เข้ามาคอมเมนต์และแชร์เนื้อหาดังกล่าว ทั้งในรูปแบบการประณามและการเรียกร้องให้มีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ความคิดเห็นจากชาวเน็ตไต้หวัน: หนึ่งในชาวเน็ตไต้หวันได้แสดงความคิดเห็นว่า “นี่ไม่ใช่เพียงแค่การทำร้ายสัตว์ แต่เป็นการแสดงออกของความโหดเหี้ยมที่ไม่มีใครควรยอมรับได้ในสังคมที่เจริญแล้ว การกระทำแบบนี้สะท้อนถึงปัญหาทางจิตใจที่ร้ายแรง” อีกหลายเสียงได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ “ขับไล่หญิงไทยรายนี้กลับประเทศไทย” โดยระบุเหตุผลว่า “คนที่มีจิตใจโหดร้ายและไร้ความเมตตาเช่นนี้ ไม่สมควรที่จะได้อยู่อาศัยในดินแดนไต้หวัน ซึ่งเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับสิทธิสัตว์และความเมตตากรุณา” การดำเนินคดีทางกฎหมาย การตั้งข้อหาและบทลงโทษ: อัยการแขวงไถจงได้เข้ามามีบทบาทในคดีนี้อย่างจริงจัง โดยได้ตั้งข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ (Animal Protection Act) ต่อหญิงไทยรายดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงในกฎหมายไต้หวัน … Read more

เอกชนเรียกร้องสอบด่วน! การส่งออกทองคำไปกัมพูชาพุ่ง 6.8 หมื่นล้านบาท ผลักดันบาทแข็งค่าผิดปกติ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจต่อสาธารณชน เกี่ยวกับความผิดปกติในการส่งออกทองคำของไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อความแข็งค่าของเงินบาทอย่างรุนแรง สภาอุตสาหกรรมเปิดเผยตัวเลขน่าตกใจ จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่า ส่วนหนึ่งอาจมาจากความผิดปกติในการส่งออกทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ตัวเลขที่เผยแพร่แสดงให้เห็นภาพที่น่าประหลาดใจ ในช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม 2568 ไทยได้ส่งออกทองคำไปยังกัมพูชาเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,149 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 68,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 28.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ การส่งออกทองคำไปกัมพูชาของไทยอยู่ในอันดับ 2 ของโลก รองจากสวิสเซอร์แลนด์เท่านั้น และคิดเป็นสัดส่วนถึง 28.2% ของการส่งออกทองคำทั้งหมดของไทย ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อพิจารณาว่า กัมพูชาเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรเพียงประมาณ 16 ล้านคน ข้อกังวลเรื่องธุรกิจใต้ดิน นายเกรียงไกร ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยกล่าวว่า “ถ้าเทียบแล้วกัมพูชาเป็นประเทศเล็กๆ ทำไมไทยถึงมีสัดส่วนการส่งออกทองคำไปค่อนข้างเยอะ ทำให้ได้เงินตราต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก ต้องแลกเป็นเงินบาท ความต้องการเงินบาทจึงเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าบาทแข็งค่า และกัมพูชามีปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ที่ค่อนข้างเยอะ” ความกังวลหลักที่เกิดขึ้นคือ การส่งออกทองคำจำนวนมหาศาลนี้อาจเชื่อมโยงกับธุรกิจใต้ดิน หรือกิจกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะในบริบทที่กัมพูชาเป็นที่รู้จักในเรื่องของการมีเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินและการฟอกเงิน รวมถึงปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ที่มีมากในพื้นที่ … Read more