เวียดนามเร่งสร้างอาณาจักร Integrated Resort มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่แห่งเอเชีย

เวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านจากประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวราคาประหยัดเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม Integrated Resort (IR) ระดับโลก ด้วยการผลักดันโครงการยักษ์ใหญ่ 4 แห่ง ที่ผสานการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ MICE เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง “เครื่องจักรเศรษฐกิจ” รูปแบบใหม่ที่ดึงดูดเงินทุนต่างชาติมหาศาลและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการพัฒนาอุตสาหกรรม Integrated Resort หรือ IR เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลเวียดนามไม่ได้มองโครงการเหล่านี้เป็นเพียงแหล่งความบันเทิงหรือคาสิโนธรรมดา แต่เป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจแบบครบวงจร” ที่รวมการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์หรู อุตสาหกรรม MICE และธุรกิจบริการระดับพรีเมียมไว้ภายใต้หลังคาเดียวกัน โครงการยักษ์ใหญ่ 4 แห่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเวียดนาม การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ถูกขับเคลื่อนโดยโครงการ IR ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ ของประเทศ ได้แก่ Corona Resort & Casino บนเกาะฟู้โกว๊ก, The Grand Ho Tram Strip ในจังหวัดบ่าเรีย–หวุงเต่า, Hoiana … Read more

เดินหน้าเสริมมาตรการเข้มงวด กวาดล้างภัยออนไลน์บนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูง หลังยอดความเสียหายทะลุ 1.7 หมื่นล้านบาท

การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยมาพร้อมกับความท้าทายด้านความปลอดภัยออนไลน์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เร่งหารือแนวทางใหม่ในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มเสี่ยงสูง หลังจากข้อมูลเผยให้เห็นถึงสถานการณ์การฉ้อโกงออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ภัยออนไลน์เพิ่มสูงต่อเนื่อง ยอดความเสียหายทะลุ 1.7 หมื่นล้านบาท ข้อมูลจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการค้าผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 1212 ETDA เผยให้เห็นภาพความรุนแรงของปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) มีเรื่องร้องเรียนออนไลน์เข้ามาทั้งสิ้น 20,608 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ การฉ้อโกง การซื้อของไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณา รวมไปถึงเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ตัวเลขที่น่าตกใจมากยิ่งขึ้นมาจากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 14 สิงหาคม 2568 มีการแจ้งความคดีอาชญากรรมไซเบอร์จำนวน 207,161 คดี โดยมีมูลค่าความเสียหายสะสมรวมกันสูงถึง 17,700,683,375 บาท หรือกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ประเภทคดีที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ส่งสินค้าให้ผู้ซื้อหรือส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามที่โฆษณา การหลอกลวงให้โอนเงินผ่านการลงทุนปลอมหรือการทำงานหารายได้พิเศษ และการฉ้อโกงหรือหลอกลวงให้กู้เงิน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยออนไลน์ในปัจจุบันมีทั้งความถี่และความรุนแรงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเสียหายทางการเงินและจิตใจอย่างมากมาย ETDA เปิดเวทีหารือร่วมกับ 10 หน่วยงานรัฐ กำหนดทิศทางการกำกับดูแลใหม่ … Read more

ผลโพลเผยชาวอเมริกันกังวลหนัก AI แย่งงานถาวร-หวั่นถูกใช้บิดเบือนการเมือง คัดค้านการใช้ในภารกิจทหาร

การสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจาก Reuters/Ipsos เปิดเผยความกังวลอย่างลึกซึ้งของประชาชนชาวอเมริกันต่อการพัฒนาเทคโนโลジีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ความมั่นคงทางการเมือง และการนำไปใช้ในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหว ผลการสำรวจชี้ให้เห็นถึงความท้าทายใหม่ที่สังคมอเมริกันต้องเผชิญในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ความหวาดกลัวการตกงานถาวรครองใจชาวอเมริกัน ผลการสำรวจความคิดเห็นที่ดำเนินการโดย Reuters และ Ipsos เผยให้เห็นภาพที่น่าสนใจของทัศนคติชาวอเมริกันต่อ AI โดย 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขากังวลเป็นอย่างมากต่อความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยี AI จะทำให้คนจำนวนมากต้องสูญเสียงานอย่างถาวร ความกังวลนี้เกิดขึ้นมาไม่ใช่โดยไม่มีมูลเหตุ เนื่องจาก AI ได้เริ่มแทรกซึมเข้าไปในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การบริการลูกค้า การเขียนบทความ การออกแบบ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล ในหลายบริษัท AI ได้เริ่มทำหน้าที่ที่เคยต้องอาศัยคนทำ ทำให้เกิดข้อกังวลว่าในอนาคตอันใกล้ คนงานจำนวนมากอาจจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรที่ทำงานได้เร็วกว่า ถูกกว่า และไม่ต้องพักผ่อน แม้ว่าสถิติการจ้างงานปัจจุบันของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยอัตราการว่างงานในเดือนกรกฎาคม 2025 อยู่ที่เพียง 4.2% แต่ความกังวลเรื่องผลกระทบในระยะยาวกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการจ้างงานของโลกไปตลอดกาล ปรากฏการณ์ ChatGPT และการแข่งขันของยักษ์ใหญ่เทค จุดเปลี่ยนสำคัญของ AI เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2022 หลังจากการเปิดตัวของ ChatGPT โดย … Read more

“เจนนี่” ยืนยันคำเดิม ไม่ช่วยใช้หนี้ให้แม่อีกแล้ว หลังดราม่าเนเงินทวงเงิน

วงการบันเทิงไทยเกิดดราม่าใหญ่เมื่อ “เนเงิน เจตริน ศรีสังข์” อดีตแฟนของ “เจนนี่ รัชนก” ออกมาทวงหนี้ “แม่เกตุ” แม่ของเจนนี่ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจากก่อนหน้านี้เจนนี่เคยประกาศไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า จะไม่ใช้หนี้ให้แม่อีกต่อไป หลังจากที่เคยตามใช้หนี้ให้โดยตลอด ล่าสุดเจนนี่ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเผยว่าตนเองได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น และได้ทำใจมาตลอดแล้วสักระยะหนึ่ง เจนนี่เผยจิตใจเข้มแข็ง ไม่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เอาจริงๆ คิดอยู่แล้วว่ามันต้องมีวันนี้ และทำใจมาตลอดสักพัก และดีใจที่รอบนี้เราไม่ได้รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เพราะก่อนหน้านี้เวลาหนูเจอพี่ๆ นักข่าว หรือเวลาไลฟ์สดเราก็ไม่ถึงขั้นปกปิด แต่ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมาพูด” เจนนี่เล่าถึงความรู้สึกในตอนนั้น เจนนี่เผยว่าตนเองไม่ได้รู้สึกถูกกระทบมากนัก แต่กลับเป็นห่วงสภาพจิตใจของแม่มากกว่า ว่าแม่จะรับมือกับสถานการณ์ได้แค่ไหน เนื่องจากแม่ผ่านดราม่ามาเยอะแล้ว อายุก็มาก แถมยังต้องมาโดนด่าอีก “ตอนแรกเราก็แอบนอยด์ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะให้กำลังใจ เพราะเขาก็เป็นคนในครอบครัวเรา มันไม่มีทางตัดกันขาด” เจนนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความรักและห่วงใยต่อแม่ เปิดเผยไม่ทราบว่าแม่มีเจ้าหนี้อีกกี่ราย สิ่งที่น่าสนใจคือ เจนนี่เผยว่าตนเองไม่ทราบเลยว่าแม่มีเจ้าหนี้อีกกี่ราย โดยรู้เรื่องนี้ก็เพราะแฟนคลับโทรมาแจ้ง หลังจากที่เนเงินโพสต์เรื่องนี้ลงโซเชียลมีเดีย “ถามว่าระแคะระคายตอนไหน คือเรารู้ว่าแม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่เราไม่รู้ว่ายืมใครบ้าง เราก็แอบเซอร์ไพรส์อยู่ ก็มารู้ตอนที่เขาโพสต์ว่าคือแม่เรา พอแฟนคลับโทรมาเราก็ถามเลย คำตอบก็คือเขาเดือดร้อน เขาบอกว่าไม่อยากให้เราเดือดร้อนไปด้วย ก็เลยไม่ได้ปรึกษา” เจนนี่เล่าต่อว่า เหตุผลที่ตนต้องพูดเรื่องการปล่อยเงินกู้ในไลฟ์สด … Read more

เหตุจากปูนึ่ง 4,000 บาท บานปลายเป็นการรุมทำร้าย ชาวจีน-ไทยบุกบ้านหรูชลบุรี ทวงปูนึ่งที่ไรเดอร์ส่งผิด

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในพื้นที่ตำบลหนองปรือ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านสามารถบันทึกช่วงเวลาแห่งความรุนแรงได้อย่างชัดเจน ปรากฏภาพกลุ่มบุคคลจำนวนเกือบ 10 คน ซึ่งมีทั้งชาวจีนและชาวไทย เข้ามาในบริเวณบ้านและก่อเหตุทำร้ายผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายมาร์ อายุ 34 ปี ชาวจีนที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว และอีกหนึ่งรายคือพนักงานดูแลสวนของบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติได้ในเบื้องต้น ทั้งสองรายได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาพยาบาลอาการบาดเจ็บ ต้นเหตุจากปูนึ่งราคา 4,000 บาท การสอบสวนเบื้องต้นเผยให้เห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่มีไรเดอร์บริการส่งอาหารนำปูนึ่งมูลค่าประมาณ 4,000 บาท มาส่งยังบ้านหลังที่เกิดเหตุ แต่เกิดความผิดพลาดเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นบ้านของผู้สั่งอาหาร ผู้อยู่อาศัยในบ้านได้รับอาหารไว้โดยไม่ทราบว่าเกิดความผิดพลาดในการส่ง และได้บริโภคอาหารจนหมดไปแล้ว ต่อมาเพื่อนบ้านซึ่งเป็นผู้สั่งอาหารจริงได้เดินทางมาสอบถามเรื่องการส่งอาหารผิดที่ แต่เกิดปากเสียงขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านตอบกลับด้วยท่าทีและถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ทำให้สถานการณ์บานปลายจนกลายเป็นการใช้ความรุนแรงในที่สุด การดำเนินคดีและการสอบสวน ภายหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้เสียหายได้มอบหมายให้บุคคลในบ้านเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลหนองปรือ ทีมงานชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ และสามารถระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุได้เป็นส่วนใหญ่ จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่มีที่อยู่อาศัยในบ้านหลังที่อยู่ติดกับบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะของความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านที่บานปลายออกไปจนกลายเป็นเหตุรุนแรง ผู้ร่วมก่อเหตุเข้ามอบตัว ในช่วงเย็นของวันที่ 24 สิงหาคม 2568 … Read more

ผบ.ทอ.เตรียมลงนามสัญญาเครื่องบินขับไล่กริพเพน – ขอบคุณออกแบบผ้าไทยสุรินทร์ ลายแม่ย่านางกริพเพน เป็นกำลังใจให้ลูกทัพฟ้า

การรอคอยที่ยาวนานของประชาชนไทยและกองทัพอากาศไทยจะสิ้นสุดลงในวันนี้ เมื่อ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เตรียมลงนามในสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่กริพเพน (JAS 39 Gripen) ฝูงที่สองของไทย ณ ประเทศสวีเดน เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการทหารของไทยในยุคใหม่ รายละเอียดพิธีลงนามครั้งประวัติศาสตร์ การลงนามในสัญญาครั้งนี้จะเป็นการจัดซื้อแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (Government to Government: G2G) ระหว่างประเทศไทยและสวีเดน โดยมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เดินทางมาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งสำคัญนี้ ในด้านการดำเนินการ กองทัพอากาศไทยจะทำการลงนามสัญญาใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การลงนามกับ FMV (องค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน) สำหรับตัวเครื่องบิน และการลงนามกับ บริษัท Saab ของสวีเดนในส่วนของนโยบายการชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยในระยะยาว เปลี่ยนโฉมหน้ากองทัพอากาศไทยสู่ยุคใหม่ เมื่อได้รับคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อโฉมหน้าของกองทัพอากาศไทยหลังจากได้รับเครื่องบินกริพเพนฝูงที่สอง ผู้บัญชาการทหารอากาศได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า เครื่องบินกริพเพนจะเข้ามาทดแทนเครื่องบิน F-16 ที่ประจำการอยู่ที่กองบิน 1 โคราช ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงขีดความสามารถของกองทัพอากาศอย่างมีนัยสำคัญ … Read more

ตำรวจเตือนชัดเจน! ปฏิเสธเป่าวัดแอลกอฮอล์มีโทษหนักเท่าเมาขับ เจอจำคุก-ปรับ-เพิกถอนใบขับขี่

เหตุการณ์ที่ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่สนใจของสังคมเกิดขึ้นเมื่อ นางสาวมารี เบรินเนอร์ อายุ 33 ปี ดาราสาวชื่อดัง และนายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล นักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ถูกจับกุมในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา รวมถึงข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้นางสาวมารีทำการเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่นางสาวมารีไม่ยินยอมให้ทำการตรวจวัดแม้เจ้าหน้าที่จะขอหลายครั้ง เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ถึงกฎหมายที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ กฎหมายที่หลายคนไม่รู้ – การปฏิเสธเป่าเท่ากับยอมรับว่าเมา หลายคนอาจไม่ทราบว่าการปฏิเสธการเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์มีผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรงมาก ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2542 มาตรา 142 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย กฎหมายจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาแล้วขับรถ การสันนิษฐานนี้หมายความว่า แม้คุณจะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ตาม แต่หากปฏิเสธการเป่าวัด กฎหมายก็จะถือว่าคุณมีความผิดในข้อหาเมาแล้วขับรถโดยอัตโนมัติ นี่เป็นหลักการทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบเลี่ยงการตรวจสอบ บทลงโทษที่รุนแรงรออยู่ เมื่อถูกสันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ ผู้กระทำผิดจะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่รุนแรงหลายประการ ดังนี้ อัตราโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามแต่ศาลจะพิจารณา การพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2542 มาตรา … Read more

พี่สาวเรียกร้องขุดคุ้ยความจริง หลังน้องสาวเสียชีวิตลึกลับขณะรักษาโรคอาการแปลกๆ ที่สำนักหมอดังเพชรบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เมื่อมีผู้พบศพของนางสาวนวลจันทร์ กองสุข อายุ 55 ปี ชาวหมู่ที่ 11 บ้านกุดชุมแสง ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตอยู่บริเวณริมถนนบ้านลาด-โพธิ์เรียง หมู่ที่ 8 ตำบลท่าช้าง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี จากการตรวจพบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าผู้เสียชีวิตมีเชือกผูกติดอยู่บริเวณลำคอ และมีรอยช้ำสีเขียวปรากฏชัดเจนทั้งบริเวณคอและตามลำตัว ซึ่งสภาพดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรมหรือการฆ่าตัวตาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเพชรบุรี ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน และจำเป็นต้องทำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม สิ่งที่น่าสังเกตคือ จุดที่พบศพอยู่ห่างจากสำนักหมอที่ผู้เสียชีวิตเข้าไปรักษาเพียงประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามว่าเพราะเหตุใดผู้เสียชีวิตจึงออกมาจากสำนักและมาเสียชีวิต ณ บริเวณดังกล่าว ประวัติการเจ็บป่วยและการมารักษา ตามคำให้การของนางสำเภา กองสุख อายุ 69 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เผยว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นางสาวนวลจันทร์มีอาการผิดปกติทางจิต โดยมีอาการพูดคุยกับตัวเองอยู่เสมอ และเชื่อว่าตนเองถูกใครบางคนใส่ของ หรือที่เรียกกันในภาษาท้องถิ่นว่า “ถูกคุณไสย” ด้วยความกังวลใจ นางสาวนวลจันทร์จึงได้เดินทางไปหาลูกสาวที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพื่อปรึกษาเรื่องการรักษาพยาบาล ลูกสาวจึงได้พาแม่ไปยังสำนักหมอที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม … Read more

ปริศนาแห่งความรัก: ทำไมแมวถึงกลิ้งตัวบนพื้นเมื่อเจอเจ้าของ สื่อถึงอารมณ์ลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นอยู่

การเป็นเจ้าของแมวคืองานที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ และหนึ่งในพฤติกรรมที่น่ารักและน่าสนใจที่สุดที่เราจะได้เห็นคือการที่เจ้าเหมียวจู่ ๆ ก็ล้มลงกลิ้งตัวบนพื้นเมื่อเห็นเจ้าของ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงการแสดงท่าทางตลกๆ หรือการเล่นธรรมดา แต่นักวิทยาศาสตร์และนักพฤติกรรมสัตว์ได้ค้นพบว่าพฤติกรรมนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เราคิด ซ่อนเร้นไปด้วยการสื่อสารทางอารมณ์และสัญชาตญาณดั้งเดิมที่เป็นมาหลายพันปี การแสดงออกทางอารมณ์ที่บอกเล่าความรู้สึก ดร.แฮนนาห์ ก็อดฟรีย์ สัตวแพทย์จากวิทยาลัยสัตวแพทย์หลวงในประเทศอังกฤษ อธิบายว่าพฤติกรรมการกลิ้งตัวของแมวเป็นการแสดงออกทางภาษากายที่สำคัญ เฉกเช่นเดียวกับการใช้หางและหูในการสื่อสารอารมณ์ของพวกมัน การกลิ้งตัวบนหลังเป็นวิธีหนึ่งที่แมวแสดงความรู้สึกต่อสิ่งแวดล้อม แสดงอารมณ์ หรือในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณบอกถึงอาการป่วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ศึกษาพบว่า การที่แมวเลือกที่จะเปิดเผยท้องของพวกมันให้เจ้าของเห็น ถือเป็นสัญญาณแสดงการไว้วางใจอย่างสูงสุด เนื่องจากท้องเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดในร่างกายของแมว และในธรรมชาติแมวจะป้องกันส่วนนี้อย่างเข้มงวด ภาษาแห่งความไว้วางใจและความปลอดภัย การวิจัยจากศูนย์พฤติกรรมสัตว์ระหว่างประเทศเผยให้เห็นว่า เมื่อแมวกลิ้งตัวและแสดงท้องให้เจ้าของเห็น นี่คือการแสดงออกถึงความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย พวกมันเลือกที่จะลดการป้องกันตัวเองลงและยอมเปิดเผยส่วนที่เปราะบางของร่างกายให้เห็น ซึ่งแสดงว่าพวกมันมั่นใจว่าจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้น แอลลิสัน ฮันเตอร์-เฟรเดอริก นักพฤติกรรมแมวที่ได้รับการรับรองจาก IAABC อธิบายเพิ่มเติมว่า “เมื่อแมวอยู่ในสภาวะผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ พวกมันอาจจะแสดงท้องออกมาเป็นส่วนหนึ่งของการกลิ้งตัวบนหลัง” พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อแมวรู้สึกสบายใจและไม่มีความกังวลใดๆ กลไกการสื่อสารผ่านกลิ่นและฟีโรโมน หนึ่งในเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจที่สุดคือการใช้กลิ่นในการสื่อสาร แมวมีต่อมกลิ่นที่สำคัญกระจายอยู่ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ฐานของหาง และเท้า เมื่อพวกมันกลิ้งตัวบนพื้น จะเป็นการปล่อยฟีโรโมนออกมาเพื่อสื่อสารหลายข้อความ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ชี้ให้เห็นว่า การปล่อยกลิ่นนี้ทำหน้าที่หลายอย่าง ไม่เพียงแต่ช่วยให้แมวรู้สึกมั่นใจว่าตนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย แต่ยังเป็นการแจ้งให้แมวตัวอื่นทราบว่าบริเวณนี้เป็นอาณาเขตของพวกมันด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการ “ติดแท็ก” เจ้าของของตนว่าเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน การเรียกร้องความสนใจและปฏิสัมพันธ์ ผลการวิจัยล่าสุดจาก BBC … Read more

ปรากฏการณ์น่าสนใจจากโลกสัตว์! ทำไมสุนัขถึงเอาขาหลังมาเกาหูแบบโยกไปมา

หากคุณเป็นผู้เลี้ยงสุนัข คงเคยสังเกตเห็นพฤติกรรมน่าสนใจที่สุนัขทำอยู่เป็นประจำ นั่นคือการใช้ขาหลังมาเกาหูด้วยท่าทางที่ดูเป็นจังหวะและโยกไปมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางครั้งดูเหมือนการเต้นรำมากกว่าการเกา ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงพฤติกรรมธรรมดา แต่เป็นกลไกทางชีววิทยาที่ซับซ้อนและมีประโยชน์มากมาย กลไกทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการเกาหูของสุนัข การที่สุนัขใช้ขาหลังมาเกาหูนั้นเกิดจากสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Scratch Reflex” หรือ “ปฏิกิริยาการเกาโดยอัตโนมัติ” ซึ่งเป็นการตอบสนองอัตโนมัติต่อการกระตุ้นของเซนเซอร์ประสาทที่อยู่บนผิวหนัง เมื่อมีการกระตุ้นบริเวณหูหรือพื้นที่อื่นๆ เซนเซอร์ประสาทจะส่งสัญญาณไปยังสมองผ่านทางไขสันหลัง จากนั้นสมองจะส่งสัญญาณกลับไปยังขา ทำให้เกิดการเตะ การเกา หรือการสั่นสะเทือน นักวิจัยได้พบว่าการตอบสนองนี้มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติของสุนัขป่า เมื่อสุนัขป่าถูกแมลงหรือปรสิตกัด การเกาบริเวณที่ได้รับผลกระทบด้วยขาหลังจะช่วยขจัดสิ่งรบกวนเหล่านั้นออกไป และให้ความรู้สึกสบายขึ้น พฤติกรรมนี้จึงเป็นกลไกการป้องกันตัวที่ช่วยให้สุนัขป่าแข็งแรงและปลอดภัยจากปรสิตและการระคายเคืองต่างๆ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ งานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1906 โดย C.S. Sherrington แห่งมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ซึ่งได้ทำการทดลองด้วยการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นร่างกายของสุนัข แล้วทำการสร้างแผนที่ “บริเวณที่ตอบสนองได้” ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นจะเกิดการตอบสนองของขาหลัง นักวิจัยปัจจุบันได้ศึกษาต่อยอดและพบว่า ปฏิกิริยาการเกานี้ถูกควบคุมโดยวงจรประสาทในไขสันหลัง โดยไขสันหลังมีความสามารถในการรวมสัญญาณต่างๆ เข้าด้วยกัน การค้นพบนี้เกิดขึ้นเมื่อนักวิจัยพบว่าการกระตุ้นที่อ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถสร้างการตอบสนองได้ แต่เมื่อนำมารวมกันในช่วงเวลาที่รวดเร็วจะสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการเกาได้ ปรากฏการณ์พิเศษ “Pinnal-Pedal Reflex” นอกจากการเกาในบริเวณท้องแล้ว หูยังเป็นจุดที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเกาโดยอัตโนมัติได้อีกด้วย ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกในทางวิทยาศาสตร์ว่า “Pinnal-Pedal Scratch Reflex” ซึ่งมีความสำคัญในทางการแพทย์สัตวแพทย์มาก การศึกษาวิจัยที่สำคัญได้ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัย Colorado State … Read more