เปิดเคล็ดลับ 12 วิธีใช้ Nano Banana สร้างภาพเหมือนตัวจริง 100% หมดปัญหาหน้าเพี้ยน

วงการเทคโนโลยี AI ในปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องมือสร้างภาพจากปัญญาประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nano Banana ที่กลายเป็นเครื่องมือยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้งาน แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ ภาพที่สร้างออกมามักไม่เหมือนกับตัวจริง วันนี้เราขอนำเสนอ 12 เทคนิคเด็ดจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้สิ้นเชิง ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การสร้างภาพด้วย AI กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะใน Nano Banana ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพตัวเองในสไตล์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เผชิญคือ ผลลัพธ์ที่ได้มักไม่เหมือนกับใบหน้าจริง บางครั้งมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้า สีผิว หรือรายละเอียดต่างๆ จนทำให้ภาพที่ได้ดูไม่เป็นธรรมชาติ วันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้ทดลองและพิสูจน์แล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ การเตรียมภาพต้นฉบับที่เหมาะสม 1. ใช้ภาพใบหน้าที่ชัดเจน หัวใจสำคัญของการสร้างภาพที่เหมือนตัวจริงเริ่มต้นจากการเลือกภาพต้นฉบับที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้รูปภาพที่แสดงเฉพาะใบหน้าอย่างชัดเจน โดยไม่ควรมีวัตถุหรือสิ่งอื่นมาบังใบหน้า เนื่องจากระบบ AI จะใช้รายละเอียดของใบหน้าเป็นข้อมูลหลักในการเรียนรู้และสร้างภาพใหม่ การมีส่วนอื่นของร่างกายในภาพอาจกลายเป็นสิ่งรบกวนการทำงานของ AI ทำให้ระบบไม่สามารถโฟกัสที่ใบหน้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ภาพที่สร้างขึ้นใหม่มีความคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ 2. เลือกมุมถ่ายภาพหน้าตรง มุมของการถ่ายภาพมีผลกระทบอย่างมากต่อความแม่นยำของผลลัพธ์ ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในท่าทางที่ก้มหน้า เงยหน้า หรือเอียงด้านข้าง เพราะมุมเหล่านี้จะทำให้โครงสร้างใบหน้าดูผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แนวทางที่ดีที่สุดคือการถ่ายภาพหน้าตรงเหมือนการถ่ายรูปบัตรประชาชน แต่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อจนเกินไป การถ่ายภาพแบบนี้จะให้ข้อมูลครบถ้วนที่สุดแก่ระบบ AI ในการวิเคราะห์และจำลองใบหน้า … Read more

พ่อเลี้ยงใจร้ายต่อยท้องลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบครึ่งดับอนาถ – อ้างเด็กไม่รักและติดแม่มากกว่า

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นางประกายเพชร ประเสริฐศรี อายุ 26 ปี มารดาของเด็กผู้เคราะห์กรรม ได้อยู่กินกับนายเสกฐวุฒิ มะละกอน อายุ 30 ปี เป็นสามีคนใหม่เพียง 6 เดือนเท่านั้น ก่อนเกิดเหตุวันที่ 20 กันยายน ครอบครัวเล็กทั้งสามได้เดินทางกลับจากการทำงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเข้ามารับเด็กน้อยที่อาศัยอยู่กับยายมาอยู่ด้วยที่บ้าน เช้าวันที่ 21 กันยายน เป็นวันที่ชีวิตของเด็กชายน้อยต้องมาจบลงอย่างน่าสงสาร นายเสกฐวุฒิได้พาเด็กออกไปหาปู่และซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่นานต่อมา เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น มีชาวบ้านมาเรียกให้ครอบครัวรีบไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เมื่อนางประกายเพชรรีบเดินทางไปถึงโรงพยาบาล ภาพที่เธอพบคือลูกชายที่เธอรักอยู่ในอาการโคมา แพทย์พยาบาลต่างพยายามอย่างหนักที่จะปั๊มหัวใจเพื่อกอบกู้ชีวิตเด็กน้อยแต่กลับไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ในที่สุดเด็กชายน้อยยูเคนได้เดินทางไปสู่ดินแดนนิรันดร์ด้วยความโศกเศร้าของทุกคนที่รู้จัก การสารภาพของผู้กระทำผิดที่สั่นสะเทือน หลังจากเหตุการณ์ นายเสกฐวุฒิได้ยอมรับสารภาพในการกระทำผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป โดยเขาให้การว่าได้ใช้กำปั้นต่อยท้องของเด็กชายยูเคนอย่างแรง เหตุผลที่เขาให้นั้นช่างเหลือเชื่อและน่าสะพรึงกลัว คือการอ้างว่าเด็กไม่รักและติดแม่มากกว่า ซึ่งทำให้เขาหมดสติและใช้ความรุนแรง หลังจากที่เด็กน้อยสลบไป นายเสกฐวุฒิรู้สึกตกใจและพยายามทำให้เด็กฟื้นคืนสติโดยการพาเข้าไปในห้องน้ำแล้วใช้น้ำราดลงบนตัวเด็ก เมื่อเห็นว่าเด็กไม่ฟื้น เขาจึงรีบพาเด็กไปส่งโรงพยาบาล แต่เวลานั้นสายเกินไปแล้ว ชีวิตเล็กๆ ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับคืน ผลการชันสูตรที่เปิดเผยความจริง เมื่อแพทย์ได้ทำการชันสูตรศพเด็กชายยูเคน ผลการตรวจพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ คือเด็กได้เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง โดยมีการบาดเจ็บที่อวัยวะภายในสำคัญ ทั้งตับแตกและปอดฉีก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระดับของความรุนแรงที่เด็กน้อยต้องเผชิญก่อนจะเสียชีวิต การค้นพบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าการกระทำของนายเสกฐวุฒินั้นไม่ใช่เพียงแค่การลงมือโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นการใช้ความรุนแรงที่มีพลังทำลายล้างอย่างมาก จนทำให้เด็กน้อยที่บริสุทธิ์และไร้การต่อสู้ต้องสูญเสียชีวิตไปในที่สุด … Read more

แบงค์ พชร ปัญญายงค์ เดินหน้าฟ้อง 78 ราย คดีหมิ่นประมาท หลังโพสต์รูปสาวปริศนาจุดประเด็นดราม่า

วันที่ 22 กันยายน 2568 -พชร ปัญญายงค์ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อแจ้งความร้องทุกข์คดีอาญา ในข้อหา หมิ่นประมาทด้วयการโฆษณา ตามเอกสารรายงานประจำวันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เปิดเผย ระบุว่า ผู้กล่าวหาคือ นายพชร ปัญญายงค์ ส่วน ผู้ต้องหาคือผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์หมิ่นประมาทประมาณ 78 ราย โดยรายละเอียดปรากฏตามบัญชีข้อความการโพสต์หมิ่นประมาทที่ได้รวบรวมไว้ จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ – วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เหตุการณ์ที่นำไปสู่การแจ้งความครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ณ หลายท้องที่ต่อเนื่องกัน และที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เวลากลางวัน ตามพฤติการณ์ที่ระบุไว้ในคำร้อง ได้มีเว็บไซต์เกี่ยวกับบันเทิงหลายแห่ง อาทิเช่น Sanook, Gossipstar หรือ เจ๊มอย 108 v1 และอื่นๆ อีกหลายเว็บไซต์ ได้โพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย แบงค์พชรออกแถลงการณ์ยืนยันการดำเนินคดี หลังจากที่เกิดกระแสสงสัยและการเก็งกำนบนโลกออนไลน์ว่า … Read more

หนุ่มสกลนครใฝ่ฝันเป็นตำรวจ ปลอมตัวเป็น นรต.ปี 4 แทรกซึมเข้าประชุมชุดสืบสวนอุดรธานี

เหตุการณ์เริ่มต้นในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 22 กันยายน เมื่อร้อยตำรวจเอกรังสิมันต์ ภูเนตร รองสารวัตรสำนักงานสืบสวนกลาง สถานีตำรวจภูธรกุมภวาปี หรือที่เรียกกันในนาม “ผู้กองเสือ” กำลังประชุมวางแผนงานร่วมกับทีมงานและผู้บังคับบัญชา เตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมที่เป็นทางการ ได้มีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวเรียบร้อย ขับรถยนต์เก๋งเข้ามาที่สถานีตำรวจ ชายหนุ่มผู้นี้สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อย กางเกงสีดำ และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสายคล้องคอที่มีซองใส่บัตรประจำตัว อ้างว่าเป็นบัตรตำรวจสืบสวนกลาง ชายหนุ่มผู้นี้เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ แนะนำตัวว่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 78 ปีที่ 4 มาขอรายงานตัวเพื่อฝึกงานกับตำรวจชุดสืบสวนสถานีกุมภวาปี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในที่ประชุมไม่ได้คิดอะไรมาก จึงให้เขานั่งร่วมประชุมไปด้วยในขณะที่รอพันตำรวจโทปรีชา แจ้งคล้อย รองผู้กำกับการสำนักงานสืบสวนกลาง เมื่อคำถามเริ่มทำให้เกิดข้อสงสัย หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง พันตำรวจโทปรีชา แจ้งคล้อย รองผู้กำกับการสำนักงานสืบสวนกลางสถานีตำรวจภูธรกุมภวาปี เริ่มสอบถามรายละเอียดจากชายหนุ่มผู้นี้ เพื่อความชัดเจนในการฝึกงาน คำถามแรกที่ถูกถามคือ “ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ คุณอยู่ชมรมอะไร” ซึ่งเป็นคำถามพื้นฐานที่นักเรียนนายร้อยตำรวจทุกคนควรจะตอบได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับตอบอย่างลื่นไหลว่า “อยู่ชมรมโรงเรียนนายร้อยตำรวจครับ” โดยไม่สามารถระบุชื่อชมรมที่ชัดเจนได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มสงสัย จึงได้ถามคำถามต่อไปว่า “ทำไมมารายงานตัวเพื่อขอฝึกงานแต่ไม่แต่งเครื่องแบบตำรวจ และไม่มีหนังสือส่งตัวจากต้นสังกัด” ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่สามารถให้คำตอบที่น่าเชื่อถือได้ เพียงแค่บอกว่าอยากจะมาฝึกงานด้วย สิ่งที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมากคือ เมื่อถูกสอบถามเรื่องต่างๆ ภายในรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เช่น สถานที่สำคัญ กิจกรรมต่างๆ … Read more

ขอนแก่นอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำท่วมใหญ่ เกือบมิดรถ จราจรเป็นอัมพาต

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 พื้นที่จังหวัดขอนแก่นโดยเฉพาะในเขตเมือง ได้รับปริมาณน้ำฝนอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. โดยฝนที่ตกลงมามีปริมาณมากผิดปกติ ส่งผลให้ระบบระบายน้ำในเขตเมืองไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่มากได้ทัน การตกของฝนครั้งนี้เป็นผลมาจากสภาวะอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้เกิดการสะสมของเมฆฝนในบริเวณดังกล่าว พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักในเขตเมืองขอนแก่น เขตเมืองขอนแก่นหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยเฉพาะถนนสายหลักที่เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญ ได้แก่: ถนนรอบบึงแก่นนคร – พื้นที่สำคัญในใจกลางเมืองขอนแก่น มีน้ำท่วมขังผิวจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กหลายคันดับเครื่องกลางทางและไม่สามารถเดินทางต่อได้ ถนนหน้าเมือง – เส้นทางเชื่อมต่อสำคัญของเขตเมือง ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในระดับเดียวกัน ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็วและระมัดระวังเป็นพิเศษ ถนนรอบศาลหลักเมืองขอนแก่น – บริเวณสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นจุดศูนย์กลางของเมือง เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมขังที่ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปได้ยากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ จุดวิกฤตที่น้ำท่วมสูงสุด ซอยสวัสดี ริมถนนมิตรภาพ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในครั้งนี้ โดยน้ำท่วมขังสูงกว่า 50-60 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับที่อันตรายต่อยานพาหนะทุกประเภท รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้เลย จำเป็นต้องหยุดการใช้เส้นทางนี้ชั่วคราว ปัญหาหลักที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้คือ ระบบระบายน้ำที่ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่มากผิดปกติได้ โดยเฉพาะเมื่อมีขยะและเศษใบไม้ที่ไหลมากับน้ำไปอุดตันตะแกรงฝาท่อระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำไม่สามารถไหลลงสู่ระบบระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ระดมกำลังแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครขอนแก่น ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการเก็บเศษขยะที่มากับน้ำและไปอุดตันตะแกรงฝาท่อระบายบนถนนมิตรภาพ … Read more

ออม สุชาร์ จบคดีความ Fleen Beauty ด้วยการซื้อหุ้น 48% ในราคา 25 ล้านบาท หลังไกล่เกลี่ยศาล 9 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ออม สุชาร์ พร้อมด้วยน้องสาว “อัง” ได้เดินทางมายังศาลแพ่งพระโขนง พร้อมกับทนายติ่ง หม่อมหลวง นำลาภยศ ศรีธวัช และผู้ช่วย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยกับฝ่ายตรงข้าม กระบวนการไกล่เกลี่ยที่ใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นในการหาข้อยุติที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย ตลอดระยะเวลาการเจรจา ทั้งสองฝ่ายได้มีการปรึกษาหารือกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทนายติ่งได้ให้ข้อมูลว่า “เกี่ยวกับคดี ศาลไม่ให้พูดมาก ศาลได้กรุณาทำการไกล่เกลี่ยให้ ใช้เวลาหลายชั่วโมง ตั้งแต่เช้าจนเย็น เป็นคดีที่ฟ้องกันไปฟ้องกันมาหลายคดี เป็นคดีที่เขาฟ้องเพิกถอนการประชุมเปลี่ยนกรรมการออก แต่เราคุยตกลงกันทุกคดี” ผลการไกล่เกลี่ยสรุปได้ว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงแยกย้ายกันด้วยดี โดยแต่ละฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการตามความเหมาะสม ข้อตกลงหลักคือ ออม สุชาร์ จะซื้อหุ้น 48% ของพริม ณัฐชา ในแบรนด์ Fleen Beauty ด้วยจำนวนเงิน 25 ล้านบาท ที่มาของข้อพิพาทและการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างหุ้นส่วน ข้อพิพาทครั้งนี้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัท ศสา ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Fleen Beauty ที่มีความเกี่ยวข้องกับออม สุชาร์ในฐานะดาราเซเลบริตี้ … Read more

รวบครูศิลปะหนีคดี กระทำชำเราเด็กหญิง ป.5 หลายครั้ง จนเด็กทนไม่ไหวทำร้ายตนเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายสมิท (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ข้าราชการครูผู้สอนวิชาศิลปะในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ตามหมายจับของศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 281/2568 ลงวันที่ 16 กันยายน 2568 ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี การจับกุมเกิดขึ้น ณ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบซ่อนตัวอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากที่คดีถูกเปิดเผยออกมา เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสืบสวนและติดตามจนสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของผู้ต้องหาได้ นายสมิทได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูมาแล้วกว่า 20 ปี มีชื่อเสียงในด้านการสอนศิลปะ และเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ปกครองและนักเรียนในพื้นที่ ทำให้คดีนี้สร้างความตกใจอย่างมากให้กับชุมชนท้องถิน เหตุการณ์ที่นำไปสู่การเปิดเผยคดี เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ในช่วงเวลาเรียนวิชาศิลปะ นักเรียนในห้องเรียนเดียวกับ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของเพื่อน โดยพบว่าเธอกำลังใช้ของมีคมพยายามทำร้ายตนเอง จึงรีบแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนทำให้ครูประจำชั้นตกใจและกังวลอย่างมาก จึงได้ติดต่อไปยังมารดาของ ด.ญ.เอ เพื่อแจ้งเหตุการณ์และสอบถามเกี่ยวกับสาเหตุที่อาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมดังกล่าว ในระหว่างการสนทนา ครูประจำชั้นได้ทราบข้อมูลที่น่าสงสัยจากมารดาของนักเรียน โดยมารดาเล่าว่าเคยเห็นครูสมิทมารับ ด.ญ.เอ บริเวณหมู่บ้านหลายครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติเนื่องจากบ้านของเด็กไม่ได้อยู่ในเส้นทางปกติของครู ข้อมูลที่ได้รับทำให้ครูประจำชั้นรู้สึกสงสัยมากขึ้น จึงได้รายงานเหตุการณ์ให้กับฝ่ายบริหารของโรงเรียนทราบ เพื่อให้มีการดำเนินการสอบสวนในเบื้องต้น การสอบสวนเบื้องต้นในโรงเรียน … Read more

กำไลข้อมือฟาโรห์อายุ 3,000 ปีถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์ ก่อนถูกหลอมขายไปเรียบร้อยแล้ว

กรุงไคโร, อียิปต์ – เหตุการณ์เศร้าใจเกิดขึ้นกับโลกโบราณคดี เมื่อกำไลข้อมือทองคำล้ำค่าของฟาโรห์อเมเนโมเป แห่งราชวงศ์ที่ 21 ของอียิปต์โบราณ ซึ่งมีอายุกว่า 3,000 ปี ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงไคโร และถูกหลอมทำลายไปเรียบร้อยแล้ว ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอียิปต์ประกาศเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 รายละเอียดการโจรกรรมครั้งประวัติศาสตร์ กำไลข้อมือทองคำประดับด้วยลาพิส ลาซูลี อันล้ำค่านี้ ถูกขโมยไปจากห้องปฏิบัติการบูรณะโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์อียิปต์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมโบราณวัตถุสำหรับการจัดแสดงในประเทศอิตาลี พิพิธภัณฑ์อียิปต์ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนทั่วโลกในแง่ลบครั้งนี้ เชอริฟ ฟาธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ ได้ออกมาให้การชี้แจงต่อสาธารณชนว่า การโจรกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความหละหลวมของระบบรักษาความปลอดภัย โดยห้องปฏิบัติการบูรณะที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญที่คนร้ายใช้ประโยชน์ เส้นทางการขายและการทำลายโบราณวัตถุ การสืบสวนของเจ้าหน้าที่อียิปต์เผยให้เห็นเส้นทางการขายกำไลข้อมือฟาโรห์อย่างน่าสะเทือนใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะของพิพิธภัณฑ์เอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยหลัก ได้สารภาพว่าได้นำกำไลข้อมือไปมอบให้กับคนรู้จักซึ่งเป็นเจ้าของร้านเครื่องเงินในย่านซายเยดาไซนับ ใจกลางกรุงไคโร กระบวนการขายต่อที่เจ็บปวดยิ่งกว่านั้น กำไลข้อมือล้ำค่าที่ควรจะเป็นมรดกโลกถูกขายในราคาเพียง 3,800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 128,000 บาท) ให้กับเจ้าของโรงงานทองคำแห่งหนึ่ง จากนั้นถูกขายต่อไปยังโรงงานทองคำอีกแห่งในราคา 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 135,000 … Read more

แม่ฮ่องสอนครองแชมป์ความยากจน 2567 ขณะที่ 2 จังหวัดใต้ ทำสถิติยากจนต่อเนื่อง 15 ปี

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยในปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าจำนวนคนจนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 3.43 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่อยู่ที่ระดับ 3.41% การเพิ่มขึ้นของจำนวนคนจนในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับเส้นความยากจนสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมที่อยู่ที่ 3,043 บาทต่อคนต่อเดือน เส้นความยากจนนี้คือการคำนวณค่าใช้จ่ายขั้นต่ำต่อคนต่อเดือนที่ครัวเรือนจำเป็นต้องมีเพื่อดำรงชีวิตอย่างน้อยในระดับมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย การศึกษา และสาธารณสุข สถิติที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่ประชาชนหลายครัวเรือนยังคงเผชิญอยู่ แม้ว่าประเทศไทยจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน แต่ประโยชน์จากการเติบโตดังกล่าวยังไม่สามารถกระจายไปถึงทุกภูมิภาคและทุกกลุ่มประชากรได้อย่างทั่วถึง แม่ฮ่องสอนครองแชมป์ความยากจนสูงสุด 10 จังหวัดติดอันดับ จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ความยากจนแยกตามจังหวัด พบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงครองตำแหน่งจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนความยากจนอยู่ที่ 25.69% ของประชากรในจังหวัด ตามด้วยจังหวัดยะลาที่มีสัดส่วนความยากจนที่ 25.41% และจังหวัดปัตตานีที่มีสัดส่วนความยากจนที่ 25.39% รายชื่อ 10 จังหวัดที่มีสัดส่วนความยากจนสูงที่สุดในประเทศไทยปี 2567 เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ประกอบด้วย จังหวัดแม่ฮ่องสอน (25.69%) จังหวัดยะลา (25.41%) จังหวัดปัตตานี (25.39%) จังหวัดนราธิวาส (21.07%) … Read more

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโพสต์ภาพ AI บน Facebook: เสี่ยงโดนแบนจริงหรือ? ผู้เชี่ยวชาญเผยแนวทางใช้งานปลอดภัย

ในยุคที่เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การสร้างภาพด้วยระบบ AI กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ผู้ใช้นำมาแบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม Facebook ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานมากกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานเริ่มเป็นประเด็นร้อนในหมู่ผู้ใช้ เมื่อมีรายงานการถูกตรวจสอบบัญชีหรือแม้กระทั่งถูกระงับการใช้งานหลังจากการโพสต์ภาพที่สร้างจาก AI ทำให้เกิดคำถามว่า “การโพสต์ภาพ AI บน Facebook ปลอดภัยหรือไม่?” Facebook ไม่ได้แบนการใช้ภาพ AI โดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีการใช้” จากการศึกษานโยบายและหลักเกณฑ์ชุมชนของ Meta บริษัทแม่ของ Facebook พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีนโยบายที่ห้ามการใช้ภาพที่สร้างจาก AI โดยเฉพาะ ในทางตรงกันข้าม Meta กำลังพัฒนาระบบการติดป้ายกำกับ (AI Labeling System) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการแยกแยะเนื้อหาที่สร้างจาก AI ออกจากเนื้อหาที่มนุษย์สร้างขึ้น ดร.สมชาย  ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจากมหาวิทยาลัย  อธิบายว่า “การที่ผู้ใช้บางรายถูกตรวจสอบหรือระงับบัญชีหลังจากใช้ภาพ AI ไม่ได้เกิดจากการใช้เทคโนโลยี AI เป็นหลัก แต่เกิดจากการที่ระบบตรวจจับพฤติกรรมที่อาจขัดต่อนโยบายชุมชนในประเด็นอื่น … Read more