เปิดเคล็ดลับเริ่มธุรกิจด้วยทุนน้อย แบรนด์ดังเผยสูตรสำเร็จ 5 ขั้นตอน ช่วยคนธุรกิจมือใหม่สร้างรายได้จริง

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวัน หลายคนหันมาใฝ่ฝันที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง แต่อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้หลายคนยังไม่กล้าก้าวแรกคือการขาดเงินทุน ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และไม่มีเครือข่ายทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แนวคิดเหล่านี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อ Alex Hormozi ผู้ร่วมก่อตั้ง Skool.com แพลตฟอร์มชั้นนำด้านการสร้างชุมชนออนไลน์ เปิดเผยเคล็ดลับการเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่ต้องอาศัยเงินทุนมาก หรือไอเดียที่ซับซ้อน แต่เน้นไปที่การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ข้อมูลสถิติที่น่าประทับใจจาก Skool.com สถิติจาก Skool.com ระบุว่า ในทุกเดือนมีผู้คนหลายหมื่นคนที่ใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ครั้งแรกในชีวิต โดยที่น่าทึ่งคือ 1 ใน 2 คนที่เริ่มสร้างชุมชนแบบเสียค่าบริการบนแพลตฟอร์มนี้ สามารถทำเงินได้จริงในครั้งแรก ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเริ่มต้นธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากมีแนวทางและเครื่องมือที่เหมาะสม Alex Hormozi อธิบายว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมักเกิดจากสองสิ่งหลัก คือปัญหาเฉพาะที่ผู้ก่อตั้งเคยประสบมาก่อน หรือจากทักษะและความเชี่ยวชาญที่พวกเขามีอยู่แล้ว กรอบความคิด 5 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ Hormozi ได้พัฒนากระบวนการที่เขาเรียกว่า “Framework” ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจเริ่มธุรกิจสามารถหาไอเดีย กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และหาลูกค้า 5 คนแรกได้อย่างมีระบบและเป็นขั้นตอน กรอบความคิดนี้ได้รับการทดสอบและใช้งานจริงโดยผู้ประกอบการหลายพันคนทั่วโลก และได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการช่วยให้คนธุรกิจมือใหม่สามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและมีทิศทางที่ชัดเจน ขั้นตอนที่ 1: … Read more

ปฏิวัติยุคธุรกิจแบบคนเดียว : เทคโนโลยี AI เปิดโอกาสสร้างรายได้หลักล้านต่อปี

ในยุคที่เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การทำธุรกิจแบบ “คนเดียว” หรือ Solo Business กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่นักธุรกิจรุ่นใหม่หันมาสนใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องมือ AI สามารถช่วยลดภาระงานที่ซับซ้อน ทำให้คนคนเดียวสามารถบริหารจัดการธุรกิจที่มีรายได้หลักล้านบาทต่อปีได้จริง จากการศึกษากรณีตัวอย่างของนักเขียนและครีเอเตอร์ชื่อดัง Dan Koe ผู้ที่สามารถสร้างรายได้หลักล้านบาทด้วยการใช้เทคโนโลยี AI เป็นผู้ช่วย พบว่าความสำเร็จในการทำธุรกิจแบบคนเดียวไม่ได้อยู่ที่การพึ่งพา AI อย่างเดียว แต่อยู่ที่การเข้าใจหลักการธุรกิจพื้นฐานและการใช้ AI ให้เข้ากับจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองอย่างชาญฉลาด ทักษะพื้นฐานที่ยังต้องมี แม้ในยุค AI แม้ว่าเทคโนโลยี AI จะมีความสามารถสูง แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องมีความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ที่ AI ไม่สามารถคิดแทนได้ทั้งหมด การหา Traffic และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องวางแผนเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Social Media การทำ SEO หรือการโฆษณาแบบมีเป้าหมาย ทั้งหมดต้องอาศัยความเข้าใจในตัวสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก การสร้าง Content ที่มีคุณค่า เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ต้องผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กับประสิทธิภาพของ AI ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าจะสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร เนื้อหาแบบไหนที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย … Read more

เปิดเผย 3 หลักการลับจาก Harvard ที่จะทำให้คุณต่อรองกับใครก็ได้สำเร็จ

นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยความลับการเจรจาที่มีประสิทธิภาพ หลังจากศึกษาการเจรจาที่ล้มเหลวนับพันครั้ง พบว่าความผิดพลาด 3 ประการนี้เป็นตัวการหลักที่ทำลายการเจรจาทั้งในชีวิตประจำวันและการทำธุรกิจ การเจรจาเป็นทักษะที่สำคัญในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองเงินเดือนกับนายจ้าง การแก้ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว หรือการปิดดีลทางธุรกิจมูลค่าหลายล้านบาท แต่หลายคนยังคงประสบความล้มเหลวในการเจรจา ทั้งที่มีข้อมูลครบถ้วนและเตรียมตัวมาอย่างดี จากการศึกษาวิจัยที่ครอบคลุมของโครงการเจรจาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Negotiation Project) โดยนักวิชาการชื่อดังอย่าง William Ury และ Roger Fisher ผู้เขียนหนังสือขายดี “Getting to Yes” ที่ขายไปแล้วกว่า 15 ล้านเล่มทั่วโลก ได้เผยให้เห็นถึงสาเหตุหลักที่ทำให้การเจรจาส่วนใหญ่ล้มเหลว และนำเสนอแนวทางแก้ไขที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ หลังจากศึกษาการเจรจาในสถานการณ์ต่างๆ นับพันครั้ง ตั้งแต่การเจรจาระหว่างประเทศ การแก้ไขข้อพิพาทในองค์กร ไปจนถึงการต่อรองในครอบครัว นักวิจัยพบว่าการเจรจาที่ล้มเหลวส่วนใหญ่มีจุดร่วมกัน 3 ประการ ซึ่งหากสามารถเข้าใจและแก้ไขได้ จะสามารถเปลี่ยนการเจรจาที่ตึงเครียดให้กลายเป็นโอกาสที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ หลักการที่ 1: มองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่ตามอคติส่วนตัว ความผิดพลาดแรกที่พบบ่อยที่สุดในการเจรจา คือการที่แต่ละฝ่ายมักจะมองสถานการณ์ผ่านมุมมองของตัวเองเท่านั้น โดยไม่ได้พยายามทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การรับรู้แบบมีอคติ” (Biased Perception) ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะตีความข้อมูลให้สอดคล้องกับความเชื่อและประสบการณ์ของตนเอง William Ury อธิบายว่า … Read more

เปิดเคล็ดลับ 12 วิธีใช้ Nano Banana สร้างภาพเหมือนตัวจริง 100% หมดปัญหาหน้าเพี้ยน

วงการเทคโนโลยี AI ในปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องมือสร้างภาพจากปัญญาประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nano Banana ที่กลายเป็นเครื่องมือยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้งาน แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ ภาพที่สร้างออกมามักไม่เหมือนกับตัวจริง วันนี้เราขอนำเสนอ 12 เทคนิคเด็ดจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้สิ้นเชิง ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การสร้างภาพด้วย AI กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะใน Nano Banana ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพตัวเองในสไตล์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เผชิญคือ ผลลัพธ์ที่ได้มักไม่เหมือนกับใบหน้าจริง บางครั้งมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้า สีผิว หรือรายละเอียดต่างๆ จนทำให้ภาพที่ได้ดูไม่เป็นธรรมชาติ วันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้ทดลองและพิสูจน์แล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ การเตรียมภาพต้นฉบับที่เหมาะสม 1. ใช้ภาพใบหน้าที่ชัดเจน หัวใจสำคัญของการสร้างภาพที่เหมือนตัวจริงเริ่มต้นจากการเลือกภาพต้นฉบับที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้รูปภาพที่แสดงเฉพาะใบหน้าอย่างชัดเจน โดยไม่ควรมีวัตถุหรือสิ่งอื่นมาบังใบหน้า เนื่องจากระบบ AI จะใช้รายละเอียดของใบหน้าเป็นข้อมูลหลักในการเรียนรู้และสร้างภาพใหม่ การมีส่วนอื่นของร่างกายในภาพอาจกลายเป็นสิ่งรบกวนการทำงานของ AI ทำให้ระบบไม่สามารถโฟกัสที่ใบหน้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ภาพที่สร้างขึ้นใหม่มีความคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ 2. เลือกมุมถ่ายภาพหน้าตรง มุมของการถ่ายภาพมีผลกระทบอย่างมากต่อความแม่นยำของผลลัพธ์ ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในท่าทางที่ก้มหน้า เงยหน้า หรือเอียงด้านข้าง เพราะมุมเหล่านี้จะทำให้โครงสร้างใบหน้าดูผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แนวทางที่ดีที่สุดคือการถ่ายภาพหน้าตรงเหมือนการถ่ายรูปบัตรประชาชน แต่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อจนเกินไป การถ่ายภาพแบบนี้จะให้ข้อมูลครบถ้วนที่สุดแก่ระบบ AI ในการวิเคราะห์และจำลองใบหน้า … Read more

พ่อเลี้ยงใจร้ายต่อยท้องลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบครึ่งดับอนาถ – อ้างเด็กไม่รักและติดแม่มากกว่า

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นางประกายเพชร ประเสริฐศรี อายุ 26 ปี มารดาของเด็กผู้เคราะห์กรรม ได้อยู่กินกับนายเสกฐวุฒิ มะละกอน อายุ 30 ปี เป็นสามีคนใหม่เพียง 6 เดือนเท่านั้น ก่อนเกิดเหตุวันที่ 20 กันยายน ครอบครัวเล็กทั้งสามได้เดินทางกลับจากการทำงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเข้ามารับเด็กน้อยที่อาศัยอยู่กับยายมาอยู่ด้วยที่บ้าน เช้าวันที่ 21 กันยายน เป็นวันที่ชีวิตของเด็กชายน้อยต้องมาจบลงอย่างน่าสงสาร นายเสกฐวุฒิได้พาเด็กออกไปหาปู่และซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่นานต่อมา เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น มีชาวบ้านมาเรียกให้ครอบครัวรีบไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เมื่อนางประกายเพชรรีบเดินทางไปถึงโรงพยาบาล ภาพที่เธอพบคือลูกชายที่เธอรักอยู่ในอาการโคมา แพทย์พยาบาลต่างพยายามอย่างหนักที่จะปั๊มหัวใจเพื่อกอบกู้ชีวิตเด็กน้อยแต่กลับไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ในที่สุดเด็กชายน้อยยูเคนได้เดินทางไปสู่ดินแดนนิรันดร์ด้วยความโศกเศร้าของทุกคนที่รู้จัก การสารภาพของผู้กระทำผิดที่สั่นสะเทือน หลังจากเหตุการณ์ นายเสกฐวุฒิได้ยอมรับสารภาพในการกระทำผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป โดยเขาให้การว่าได้ใช้กำปั้นต่อยท้องของเด็กชายยูเคนอย่างแรง เหตุผลที่เขาให้นั้นช่างเหลือเชื่อและน่าสะพรึงกลัว คือการอ้างว่าเด็กไม่รักและติดแม่มากกว่า ซึ่งทำให้เขาหมดสติและใช้ความรุนแรง หลังจากที่เด็กน้อยสลบไป นายเสกฐวุฒิรู้สึกตกใจและพยายามทำให้เด็กฟื้นคืนสติโดยการพาเข้าไปในห้องน้ำแล้วใช้น้ำราดลงบนตัวเด็ก เมื่อเห็นว่าเด็กไม่ฟื้น เขาจึงรีบพาเด็กไปส่งโรงพยาบาล แต่เวลานั้นสายเกินไปแล้ว ชีวิตเล็กๆ ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับคืน ผลการชันสูตรที่เปิดเผยความจริง เมื่อแพทย์ได้ทำการชันสูตรศพเด็กชายยูเคน ผลการตรวจพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ คือเด็กได้เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง โดยมีการบาดเจ็บที่อวัยวะภายในสำคัญ ทั้งตับแตกและปอดฉีก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระดับของความรุนแรงที่เด็กน้อยต้องเผชิญก่อนจะเสียชีวิต การค้นพบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าการกระทำของนายเสกฐวุฒินั้นไม่ใช่เพียงแค่การลงมือโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นการใช้ความรุนแรงที่มีพลังทำลายล้างอย่างมาก จนทำให้เด็กน้อยที่บริสุทธิ์และไร้การต่อสู้ต้องสูญเสียชีวิตไปในที่สุด … Read more

แบงค์ พชร ปัญญายงค์ เดินหน้าฟ้อง 78 ราย คดีหมิ่นประมาท หลังโพสต์รูปสาวปริศนาจุดประเด็นดราม่า

วันที่ 22 กันยายน 2568 -พชร ปัญญายงค์ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อแจ้งความร้องทุกข์คดีอาญา ในข้อหา หมิ่นประมาทด้วयการโฆษณา ตามเอกสารรายงานประจำวันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เปิดเผย ระบุว่า ผู้กล่าวหาคือ นายพชร ปัญญายงค์ ส่วน ผู้ต้องหาคือผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์หมิ่นประมาทประมาณ 78 ราย โดยรายละเอียดปรากฏตามบัญชีข้อความการโพสต์หมิ่นประมาทที่ได้รวบรวมไว้ จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ – วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เหตุการณ์ที่นำไปสู่การแจ้งความครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ณ หลายท้องที่ต่อเนื่องกัน และที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เวลากลางวัน ตามพฤติการณ์ที่ระบุไว้ในคำร้อง ได้มีเว็บไซต์เกี่ยวกับบันเทิงหลายแห่ง อาทิเช่น Sanook, Gossipstar หรือ เจ๊มอย 108 v1 และอื่นๆ อีกหลายเว็บไซต์ ได้โพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย แบงค์พชรออกแถลงการณ์ยืนยันการดำเนินคดี หลังจากที่เกิดกระแสสงสัยและการเก็งกำนบนโลกออนไลน์ว่า … Read more

หนุ่มสกลนครใฝ่ฝันเป็นตำรวจ ปลอมตัวเป็น นรต.ปี 4 แทรกซึมเข้าประชุมชุดสืบสวนอุดรธานี

เหตุการณ์เริ่มต้นในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 22 กันยายน เมื่อร้อยตำรวจเอกรังสิมันต์ ภูเนตร รองสารวัตรสำนักงานสืบสวนกลาง สถานีตำรวจภูธรกุมภวาปี หรือที่เรียกกันในนาม “ผู้กองเสือ” กำลังประชุมวางแผนงานร่วมกับทีมงานและผู้บังคับบัญชา เตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมที่เป็นทางการ ได้มีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวเรียบร้อย ขับรถยนต์เก๋งเข้ามาที่สถานีตำรวจ ชายหนุ่มผู้นี้สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อย กางเกงสีดำ และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสายคล้องคอที่มีซองใส่บัตรประจำตัว อ้างว่าเป็นบัตรตำรวจสืบสวนกลาง ชายหนุ่มผู้นี้เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ แนะนำตัวว่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 78 ปีที่ 4 มาขอรายงานตัวเพื่อฝึกงานกับตำรวจชุดสืบสวนสถานีกุมภวาปี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในที่ประชุมไม่ได้คิดอะไรมาก จึงให้เขานั่งร่วมประชุมไปด้วยในขณะที่รอพันตำรวจโทปรีชา แจ้งคล้อย รองผู้กำกับการสำนักงานสืบสวนกลาง เมื่อคำถามเริ่มทำให้เกิดข้อสงสัย หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง พันตำรวจโทปรีชา แจ้งคล้อย รองผู้กำกับการสำนักงานสืบสวนกลางสถานีตำรวจภูธรกุมภวาปี เริ่มสอบถามรายละเอียดจากชายหนุ่มผู้นี้ เพื่อความชัดเจนในการฝึกงาน คำถามแรกที่ถูกถามคือ “ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ คุณอยู่ชมรมอะไร” ซึ่งเป็นคำถามพื้นฐานที่นักเรียนนายร้อยตำรวจทุกคนควรจะตอบได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับตอบอย่างลื่นไหลว่า “อยู่ชมรมโรงเรียนนายร้อยตำรวจครับ” โดยไม่สามารถระบุชื่อชมรมที่ชัดเจนได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มสงสัย จึงได้ถามคำถามต่อไปว่า “ทำไมมารายงานตัวเพื่อขอฝึกงานแต่ไม่แต่งเครื่องแบบตำรวจ และไม่มีหนังสือส่งตัวจากต้นสังกัด” ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่สามารถให้คำตอบที่น่าเชื่อถือได้ เพียงแค่บอกว่าอยากจะมาฝึกงานด้วย สิ่งที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมากคือ เมื่อถูกสอบถามเรื่องต่างๆ ภายในรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เช่น สถานที่สำคัญ กิจกรรมต่างๆ … Read more

ขอนแก่นอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำท่วมใหญ่ เกือบมิดรถ จราจรเป็นอัมพาต

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 พื้นที่จังหวัดขอนแก่นโดยเฉพาะในเขตเมือง ได้รับปริมาณน้ำฝนอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. โดยฝนที่ตกลงมามีปริมาณมากผิดปกติ ส่งผลให้ระบบระบายน้ำในเขตเมืองไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่มากได้ทัน การตกของฝนครั้งนี้เป็นผลมาจากสภาวะอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้เกิดการสะสมของเมฆฝนในบริเวณดังกล่าว พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักในเขตเมืองขอนแก่น เขตเมืองขอนแก่นหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยเฉพาะถนนสายหลักที่เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญ ได้แก่: ถนนรอบบึงแก่นนคร – พื้นที่สำคัญในใจกลางเมืองขอนแก่น มีน้ำท่วมขังผิวจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กหลายคันดับเครื่องกลางทางและไม่สามารถเดินทางต่อได้ ถนนหน้าเมือง – เส้นทางเชื่อมต่อสำคัญของเขตเมือง ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในระดับเดียวกัน ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็วและระมัดระวังเป็นพิเศษ ถนนรอบศาลหลักเมืองขอนแก่น – บริเวณสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นจุดศูนย์กลางของเมือง เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมขังที่ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปได้ยากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ จุดวิกฤตที่น้ำท่วมสูงสุด ซอยสวัสดี ริมถนนมิตรภาพ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในครั้งนี้ โดยน้ำท่วมขังสูงกว่า 50-60 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับที่อันตรายต่อยานพาหนะทุกประเภท รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้เลย จำเป็นต้องหยุดการใช้เส้นทางนี้ชั่วคราว ปัญหาหลักที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้คือ ระบบระบายน้ำที่ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่มากผิดปกติได้ โดยเฉพาะเมื่อมีขยะและเศษใบไม้ที่ไหลมากับน้ำไปอุดตันตะแกรงฝาท่อระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำไม่สามารถไหลลงสู่ระบบระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ระดมกำลังแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครขอนแก่น ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการเก็บเศษขยะที่มากับน้ำและไปอุดตันตะแกรงฝาท่อระบายบนถนนมิตรภาพ … Read more

ออม สุชาร์ จบคดีความ Fleen Beauty ด้วยการซื้อหุ้น 48% ในราคา 25 ล้านบาท หลังไกล่เกลี่ยศาล 9 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ออม สุชาร์ พร้อมด้วยน้องสาว “อัง” ได้เดินทางมายังศาลแพ่งพระโขนง พร้อมกับทนายติ่ง หม่อมหลวง นำลาภยศ ศรีธวัช และผู้ช่วย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยกับฝ่ายตรงข้าม กระบวนการไกล่เกลี่ยที่ใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นในการหาข้อยุติที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย ตลอดระยะเวลาการเจรจา ทั้งสองฝ่ายได้มีการปรึกษาหารือกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทนายติ่งได้ให้ข้อมูลว่า “เกี่ยวกับคดี ศาลไม่ให้พูดมาก ศาลได้กรุณาทำการไกล่เกลี่ยให้ ใช้เวลาหลายชั่วโมง ตั้งแต่เช้าจนเย็น เป็นคดีที่ฟ้องกันไปฟ้องกันมาหลายคดี เป็นคดีที่เขาฟ้องเพิกถอนการประชุมเปลี่ยนกรรมการออก แต่เราคุยตกลงกันทุกคดี” ผลการไกล่เกลี่ยสรุปได้ว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงแยกย้ายกันด้วยดี โดยแต่ละฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการตามความเหมาะสม ข้อตกลงหลักคือ ออม สุชาร์ จะซื้อหุ้น 48% ของพริม ณัฐชา ในแบรนด์ Fleen Beauty ด้วยจำนวนเงิน 25 ล้านบาท ที่มาของข้อพิพาทและการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างหุ้นส่วน ข้อพิพาทครั้งนี้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัท ศสา ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Fleen Beauty ที่มีความเกี่ยวข้องกับออม สุชาร์ในฐานะดาราเซเลบริตี้ … Read more

รวบครูศิลปะหนีคดี กระทำชำเราเด็กหญิง ป.5 หลายครั้ง จนเด็กทนไม่ไหวทำร้ายตนเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายสมิท (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ข้าราชการครูผู้สอนวิชาศิลปะในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ตามหมายจับของศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 281/2568 ลงวันที่ 16 กันยายน 2568 ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี การจับกุมเกิดขึ้น ณ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบซ่อนตัวอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากที่คดีถูกเปิดเผยออกมา เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสืบสวนและติดตามจนสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของผู้ต้องหาได้ นายสมิทได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูมาแล้วกว่า 20 ปี มีชื่อเสียงในด้านการสอนศิลปะ และเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ปกครองและนักเรียนในพื้นที่ ทำให้คดีนี้สร้างความตกใจอย่างมากให้กับชุมชนท้องถิน เหตุการณ์ที่นำไปสู่การเปิดเผยคดี เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ในช่วงเวลาเรียนวิชาศิลปะ นักเรียนในห้องเรียนเดียวกับ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของเพื่อน โดยพบว่าเธอกำลังใช้ของมีคมพยายามทำร้ายตนเอง จึงรีบแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนทำให้ครูประจำชั้นตกใจและกังวลอย่างมาก จึงได้ติดต่อไปยังมารดาของ ด.ญ.เอ เพื่อแจ้งเหตุการณ์และสอบถามเกี่ยวกับสาเหตุที่อาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมดังกล่าว ในระหว่างการสนทนา ครูประจำชั้นได้ทราบข้อมูลที่น่าสงสัยจากมารดาของนักเรียน โดยมารดาเล่าว่าเคยเห็นครูสมิทมารับ ด.ญ.เอ บริเวณหมู่บ้านหลายครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติเนื่องจากบ้านของเด็กไม่ได้อยู่ในเส้นทางปกติของครู ข้อมูลที่ได้รับทำให้ครูประจำชั้นรู้สึกสงสัยมากขึ้น จึงได้รายงานเหตุการณ์ให้กับฝ่ายบริหารของโรงเรียนทราบ เพื่อให้มีการดำเนินการสอบสวนในเบื้องต้น การสอบสวนเบื้องต้นในโรงเรียน … Read more