ลูกเขยยิงแม่ยายดับคาบ้าน-บาดเจ็บสาหัส 2 หลังถูกจับได้คุยชู้น้องเมียวัย 13 ปี จบที่ยิงตัวเองตาย

เหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 2 กันยายน 2568 โดย พ.ต.ท.พัชร์ธนพล รัชตาธารากาญจน์ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองห้า ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 ว่ามีเหตุการณ์คนถูกยิง พร้อมมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.รุ่งระวี สุขัง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรคลองห้า พ.ต.ท.ประยูร ประกอบจันทร์ รองผู้กำกับกลุมสืบสวนสอบสวน และ พ.ต.ท.สุรชัย เปรมแจ่ม สารวัตรกลุ่มสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลธัญบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุโดยด่วน สภาพที่เกิดเหตุน่าสยดสยอง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์ ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ของหมู่บ้าน บริเวณหน้าบ้านมีพื้นที่โล่งสำหรับนั่งพักผ่อน โดยมีโต๊ะหินอ่อนสำหรับนั่งรับประทานอาหารและขวดเบียร์วางอยู่หลายขวด แสดงให้เห็นว่าก่อนเกิดเหตุครอบครัวกำลังมีกิจกรรมสังสรรค์กัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตรายแรก คือ นางทัศนี อายุ 46 ปี อาชีพค้าขาย นอนเสียชีวิตอยู่ข้างโต๊ะหินอ่อนบริเวณหน้าบ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงบริเวณราวรักแร้ด้านซ้าย 2 นัด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้เสียชีวิตในทันที ผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว … Read more

ด่วน! “ภูมิธรรม” ทูลเกล้าฯ ยุบสภาแล้ว “สรวงศ์” เผยรายละเอียดรอแถลง ชี้ “ปชน.” ไม่ร่วมรัฐบาล เป็นเสียงข้างน้อยไปต่อไม่ได้

วันนี้ (3 ก.ย. 2568) เกิดความคืบหน้าสำคัญในวงการการเมืองไทย เมื่อนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมายืนยันว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการทูลเกล้าฯ เพื่อขอยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หลังจากสถานการณ์การเมืองเข้าสู่ทางตัน เมื่อพรรคประชาชนประกาศไม่ร่วมรัฐบาล แม้จะสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี การแถลงที่รัฐสภา เผยความจริงสั่นสะเทือนวงการการเมือง ในเวลา 09:00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อมวลชน โดยเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ส่ายคลื่นวงการการเมืองทั้งประเทศ หลังจากพรรคประชาชนได้มีมติเมื่อวานนี้สนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป “ในด้านของฝ่ายนิติบัญญัติ เราได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว หากประธานสภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค” นายสรวงศ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เผยข้อมูลสะเทือนใจ “ภูมิธรรม” ดำเนินการทูลเกล้าฯ ยุบสภาแล้ว ประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักการเมืองและประชาชนทั่วไป เกิดขึ้นเมื่อนายสรวงศ์ได้เปิดเผยข้อมูลที่หลายฝ่ายไม่คาดคิด เมื่อเขากล่าวว่า “จากกระบวนการทั้งหมดที่ผมได้รับทราบมาเมื่อเช้านี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการเรื่องการทูลเกล้าฯ เพื่อขอยุบสภาเรียบร้อยแล้ว” อย่างไรก็ตาม … Read more

“ประชาชน” เตรียมแถลงมติวันนี้ เขย่าวงการการเมือง สนับสนุน “อนุทิน” นั่งบัลลังก์นายกฯ คนที่ 32

วงการการเมืองไทยเฝ้าจับตาการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน (ปชน.) วันนี้ หลังมีข่าวเซาะแซ่ว่าแกนนำพรรคเอียงไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นการเคลื่อนไหวที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง การประชุมวันที่ 2 ก.ย. เปิดดินแดนความเห็นหลากหลาย เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้เรียกประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง 40 คน เพื่อหารือทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การประชุมครั้งนี้ดำเนินไปในบรรยากาศปิด โดยแกนนำพรรคเปิดโอกาสให้ ส.ส. แต่ละคนแสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้ออกมายืนยันว่า การประชุมวันนี้ยังไม่มีมติใดๆ ออกมาแต่อย่างใด แต่เป็นการรับฟังความเห็นจากส.ส.ทุกคน เพื่อให้ผู้บริหารพรรคนำไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจในขั้นสุดท้าย แกนนำพรรคโน้มเอียงสนับสนุน “อนุทิน” จากแหล่งข่าวภายในพรรคประชาชน เผยว่า การประชุมครั้งนี้แม้จะไม่มีมติที่ชัดเจน แต่แกนนำพรรคส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลือกสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และผลักดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 การเลือกสนับสนุนนายอนุทินในครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อ “หยั่งเชิง” พรรคเพื่อไทยว่าจะมีท่าทีอย่างไร หากพรรคประชาชนเปลี่ยนจากการสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันมาเป็นการสร้างรัฐบาลใหม่ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ข่าวหลุดก่อนเวลา นายพริษฐ์ ลงมาชี้แจง อย่างไรก็ตาม … Read more

พรรคประชาชนตัดสินใจแล้ว! มีมติโหวตสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เตรียมลงนามข้อตกลงร่วมกันวันพรุ่งนี้

บรรยากาศทางการเมืองไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองขนาดใหญ่ของประเทศได้ออกมาประกาศจุดยืนทางการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยมีมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ภายหลังจากการประชุมปรึกษาหารือที่ยาวนานและรอบคอบระหว่างกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการรับฟังความคิดเห็นจากฐานสมาชิกพรรคทั่วประเทศ บรรยากาศเข้มข้นที่สำนักงานพรรคประชาชน ในช่วงเช้าวันที่ 2 กันยายน 2568 บริเวณอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการของพรรคประชาชน มีบรรยากาศที่คึกคักและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจากสื่อมวลชนที่มาติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญครั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 09:00 น. เป็นต้นไป นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเมื่อเวลา 09:30 น. โดยในครั้งนี้เขาเลือกที่จะเข้าทางประตูด้านหลังของอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงการแออัดของสื่อมวลชนที่รออยู่บริเวณประตูหน้า อย่างไรก็ตามเขายังคงแสดงท่าทีที่เป็นมิตร ยิ้มทักทายสื่อมวลชนก่อนที่จะเข้าไปภายในอาคารเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสำคัญในวันนี้ ตามมาด้วยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญและแกนนำคนหนึ่งของพรรค ที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและการตัดสินใจทางการเมือง เขาเดินทางมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้าและใช้ทางเข้าเดียวกับหัวหน้าพรรค พร้อมทั้งนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ซึ่งมีหน้าที่ในการประสานงานและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของพรรค กระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างครอบคลุม การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ละเอียดและครอบคลุมจากทุกระดับ ตั้งแต่ระดับผู้นำพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปจนถึงสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป ในวันที่ 1 กันยายน 2568 พรรคประชาชนได้จัดการประชุมใหญ่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค … Read more

สามีหายตัว 3 ปี ภรรยาเจอโครงกระดูกในบ่อเกรอะหลังบ้าน เผยเคยคิดว่าไปมีเมียใหม่

จังหวัดนครราชสีมา – คดีปริศนา 3 ปี ได้คลี่คลายลงในที่สุด หลังจากที่นางทวี เป้กระโทก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ยายปั่น” อายุ 60 ปี ได้ค้นพบโครงกระดูกของสามีที่หายตัวไปอย่างลึกลับในบ่อเกรอะร้างหลังบ้านของตนเอง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เหตุการณ์ที่ช็อกใจ การค้นพบที่ไม่คาดคิด เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของนางทวีเกิดขึ้นในวันธรรมดาๆ ขณะที่เธอกำลังทำสวนหลังบ้านตามปกติ บริเวณบ้านโคกลุงกราด ตำบลแหลมทอง อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเธอสังเกตเห็นว่าดินทรายได้ไหลเข้าไปอุดบ่อเกรอะร้างที่ไม่ได้ใช้งานมานาน จึงตัดสินใจนำจอบและถังมาขุดทรายออก “ตอนแรกก็แค่อยากเอาทรายออกจากบ่อ ไม่ได้คิดอะไรมาก” นางทวีเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตกใจ “ขุดไปได้ไม่นานเห็นกระดูกโผล่ขึ้นมา ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นกระดูกมนุษย์ จึงได้ขุดต่อไปเรื่อยๆ” การขุดค้นที่เริ่มต้นด้วยความไม่รู้เนื้อรู้ตัว กลายเป็นการค้นพบที่เปลี่ยนทุกอย่าง เมื่อนางทวีขุดลึกลงไปเรื่อยๆ เธอพบโครงกระดูกหลายชิ้น จนกระทั่งขุดเกือบถึงก้นบ่อ เธอพบกระดูกศีรษะพร้อมกับเสื้อผ้าที่ทำให้เธอตกใจมาก ช่วงเวลาแห่งความจริง การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น “หลังจากที่เห็นเสื้อผ้า ตนเองมั่นใจและจำได้ว่าเป็นเสื้อของสามีที่หายตัวไปเมื่อสามปีก่อน” นางทวีเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกแปลกปนที่ต้องเผชิหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดนี้ ทำให้เธอต้องหยุดพักสักครู่ก่อนที่จะบอกกับลูกสาวและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองบุญมากได้รับแจ้งเหตุและเข้ามาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรอบคอบ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบ่อเกรอะร้างที่อยู่หลังบ้าน ล้อมรอบด้วยป่าข้าวโพด ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เส้นทางสู่การระบุตัวตน กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ภายหลังจากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำโครงกระดูกส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ … Read more

จับได้แล้ว! หนุ่มคลั่งยาฆ่าตำรวจ ตชด. หลบซ่อนตัวในป่า 3 วัน ผูกเปลนอนสบายใจ

เหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ ด.ต.มลติชัย รักษาแก้ว หรือ “ดาบเขียว” อายุ 44 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ครูฝึก ตชด. สังกัดกองพันฝึก 8 กรมการฝึก ตชด. 42 ค่ายศรีนครินทรา อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขับรถกระบะไปส่งนายสุพชัย เสียงหวาน อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นบิดาของผู้ก่อเหตุที่ป่วยพิการและเดินไม่ได้ กลับจากงานศพมาส่งที่บ้าน สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ นายเอกชัย หรือ “เอก เสียงหวาน” อายุ 33 ปี บุตรชายของนายสุพชัย ซึ่งอยู่ในภาวะคลุ้มคลั่งจากยาเสพติด ได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมและมีดพร้าโจมตีแทงไล่ฟัน ด.ต.มลติชัย จนเสียชีวิตคาที่ หน้าบ้านของตนเองอย่างโหดเหี้ยม ซึ่ง ด.ต.มลติชัย ผู้เสียชีวิตนั้นมีความเป็นญาติกับครอบครัวของผู้ก่อเหตุด้วย หลังจากก่อเหตุร้ายแรงดังกล่าว นายเอกชัย … Read more

นักแสดงอิสระแจ้งความ! เปิดโปงผู้กำกับหนังใช้อุบายสอนฉากเลิฟซีนหลอกกระทำอนาจาร เหยื่อรายใหม่วัยเพียง 16 ปี

นายโชติอนันต์ เลิศฤทธิ์ภูวดล หรือที่รู้จักในนาม “เสี่ยเป้ บางกรวย” ผู้ก่อตั้งเพจ “เป้ บางกรวย – นนทบุรีไม่ทิ้งกัน” ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี อาชีพนางแบบและนักแสดงอิสระ ซึ่งกล่าวอ้างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของผู้กำกับหนังที่ใช้วิธีการชักชวนให้มาออดิชัน แล้วใช้อุบายการสอนฉากเลิฟซีนเป็นข้ออ้างในการล่วงละเมิดทางเพศ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สตูดิโอแห่งหนึ่งในย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้กระทำผิดรายนี้มีประวัติการกระทำในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปี 2560 จึงทำให้เสี่ยเป้ตัดสินใจพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจนครบาลบางบัวทอง ## รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่ น.ส.เอ ได้เล่าให้ฟัง เธอรู้จักกับผู้กำกับรายนี้ในฐานะผู้สร้างผลงานหนังเรื่องหนึ่ง โดยผู้กระทำผิดได้ติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กมาชักชวนให้เธอไปแสดงในซีรีย์แนวยูริ (Girl’s Love) ด้วยความสนใจในโอกาสการแสดง เธอจึงตอบตกลงเข้าร่วม การออดิชันครั้งแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเด็กหนุ่มสาวหลายคนมาร่วมคัดเลือก แต่หลังจากวันแรกผ่านไป จำนวนผู้เข้าร่วมลดลงเหลือเพียง 4-5 คน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกที่ควรจะทำให้เกิดความระแวง ## จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ร้ายแรง วันต่อมา เมื่อมีการนัดทำเวิร์คช็อป น.ส.เอ พบว่าเมื่อเธอไปถึงสตูดิโอ กลับมีเพียงเธอกับ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุเพียง 16 ปี … Read more

วัววิ่งตัดหน้ากระบะบนถนนพหลโยธิน เจ้าของเตรียมส่งโรงเชือดหาเงินชดใช้ ก่อนคนใจบุญแห่เข้าช่วยเหลือ

วันที่ 1 กันยายน 2568 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน ขาขึ้น บริเวณพื้นที่หมู่ 5 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ พื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางสัญจรที่มีการจราจรหนาแน่น บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธินที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญของภาคกลาง เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบพบวัวเพศผู้ตัวใหญ่นอนอยู่ในเลนกลางของถนน ในสภาพที่น่าเศร้าใจ ขาของมันหักเป็นท่อนๆ ตัวเต็มไปด้วยแผลถลอกขนาดใหญ่ ไม่สามารถลุกขึ้นยืนหรือขยับตัวได้เลย แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการชนครั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุมีร่องรอยแสดงให้เห็นถึงแรงกระแทกที่รุนแรงเป็นอย่างมาก รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้ จอดอยู่ห่างจากจุดที่วัวนอนประมาณ 10 เมตร ด้านหน้าของรถได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง พังยับเยิน จนแทบไม่เหลือรูปร่างเดิม ความแรงของการชนครั้งนี้มีมากพอที่จะทำให้ถุงลมนิรภัยทั้งสองด้านของรถทำงาน แสดงให้เห็นถึงแรงกระแทกที่รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง คำให้การของผู้ประสบภัย: เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง นายบุญยัง ชายวัย 67 ปี ผู้ขับรถกระบะในเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายบุญยังทำอาชีพให้เช่ารถเครน ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นประจำ ในวันเกิดเหตุ เขากำลังเดินทางไปเติมน้ำมันให้กับรถเครนที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กิโลเมตร ตามคำให้การของนายบุญยัง เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ระหว่างที่เขากำลังขับรถมาตามปกติ เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุ วัวตัวนี้ได้กระโจนออกมาจากเกาะกลางถนนอย่างไม่คาดคิด … Read more

เหตุการณ์ธงชาติไทยถูกม้วน ที่ผาหินดำภูเก็ต ก่อนพิพาทในโซเชียลฯ ระดมถกปมมารยาทการท่องเที่ยว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จุดชมวิวผาหินดำ จังหวัดภูเก็ต กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังมีคลิปวิดีโอแพร่หลายแสดงให้เห็นการกระทำของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่ได้ทำการม้วนธงชาติไทยที่ปักอยู่ในบริเวณดังกล่าว เพื่อการถ่ายภาพ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ขัดแย้งกับคนในพื้นที่ที่ไม่สามารถยอมรับได้ และเข้าไปคลี่ธงชาติไทยให้กลับมาปลิวไสวตามปกติ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความขัดแย้งในพื้นที่จริง แต่ยังขยายผลไปสู่การถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความเหมาะสม มารยาท และการเคารพสัญลักษณ์ของชาติ รายละเอียดเหตุการณ์ที่ผาหินดำ เหตุการณ์ที่กลายมาเป็นประเด็นร้อนนี้เกิดขึ้นที่จุดชมวิวผาหินดำ ซอยแหลมมุมนอก ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเก็ต โดยมีธงชาติไทยปักไว้อย่างถาวรเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจอธิปไตยและเป็นจุดสังเกตที่สำคัญของพื้นที่ ในวันดังกล่าว มีทีมงานถ่ายทำกลุ่มหนึ่งเดินทางมาที่จุดชมวิวแห่งนี้ เพื่อทำการถ่ายภาพหรือวิดีโอ ในระหว่างการถ่ายทำ ทีมงานได้ทำการม้วนธงชาติไทยที่ปักอยู่บริเวณนั้น โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ต้องการให้ธงชาติเข้าเฟรมในการถ่ายภาพ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้คนในพื้นที่ที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก คนในพื้นที่ที่เห็นการกระทำดังกล่าวไม่สามารถนิ่งเฉยได้ จึงได้เดินเข้าไปในพื้นที่ที่ทีมงานกำลังถ่ายทำ และได้ทำการคลี่ธงชาติไทยให้กลับมาปลิวไสวตามปกติ แม้ว่าทีมงานจะได้บอกว่าจะทำการแกะธงออกและคืนให้เหมือนเดิมก็ตาม การกระทำของทั้งสองฝ่ายได้ถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอ และได้รับการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง บุคคลที่เผยแพร่คลิปและเนื้อหาที่แพร่หลาย คลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ จรัล สุดวิลัย ซึ่งได้บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้และเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยแคปชั่นที่แสดงความรู้สึกไม่พอใจอย่างชัดเจน ในแคปชั่นที่โพสต์ นายจรัลได้ระบุว่า “ธงชาติไทยต้อง สะบัดแบบนี้ ไม่ใช่นึกจะม้วนก็จะมาม้วน คุณได้แค่มาเที่ยวอย่างเดียวก็พอ จะมาม้วนธงชาติไทยทำไม มันคือธงชาติไทยของผมนะครับ คุณได้แค่มาเที่ยวอย่างเดียวนะ คนนี้ละ..ที่ม้วนธงชาติไทย รู้จักช่วยบอกที…รู้จักไว้ด้วยที่นี่ประเทศไทย” ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่ที่มองว่าการกระทำของทีมงานถ่ายทำเป็นการไม่เคารพและไม่เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่ควรถูกรบกวนหรือดัดแปลงเพื่อจุดประสงค์ส่วนตัว หลังจากที่คลิปได้รับการเผยแพร่ในช่วงแรก … Read more

มรภ.สุรินทร์ ส่งกลับ ‘นักศึกษากัมพูชา’ ทุนเรียนดี เหตุเพราะ 1 ใน 36 ได้ลาออกไปเพื่อเป็นทหารเขมร

เหตุการณ์ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่มีข้อมูลข่าวสารแพร่หลายทางสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับทหารกัมพูชาที่เคยเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้เข้าร่วมในการปะทะกับกองกำลังทหารไทยในบริเวณปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการโพสต์เนื้อหาทางเฟซบุ๊กที่อ้างอิงแนวคิดของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน แห่งกัมพูชา ในลักษณะที่มีการเย้ยหยันต่อชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับหน่วยงานรักษาความมั่นคงและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง กระแสข่าวที่แพร่กระจายผ่านโลกออนไลน์ทำให้เกิดการตื่นตัวจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะในแง่ของการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ในเวลาต่อมา รายละเอียดของนายรอน ชิด นักศึกษาผู้เป็นศูนย์กลางปัญหา จากการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่านักศึกษารายที่เป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์คือ นายรอน ชิด นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากบริษัทไทยที่เข้าไปประกอบธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศกัมพูชา นายรอน ชิด เป็นนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี และได้รับการจัดที่พักในหอพักภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ตามโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เส้นทางการศึกษาของเขากลับต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันเมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากการเรียนเพื่อไปสมัครเป็นทหารในกองทัพกัมพูชา ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบไปถึงนักศึกษากัมพูชาคนอื่นๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ คำชี้แจงจากอธิการบดี มรภ.สุรินทร์ รองศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง สุขทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด โดยเผยให้ทราบว่า นายรอน ชิด ได้แจ้งลาออกจากการศึกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาได้หยุดเรียนและเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 … Read more