บิ๊กเต่าเปิดโปงเครือข่ายฉาวคดีอลงกต เผย “อดีต ผอ.พศ.-ตลกดัง” ถือครองทรัพย์สินแทน มูลค่ารวม 140 ล้านบาท

คดีอื้อฉาวของ “อดีตพระอลงกตการละคร” ยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยรายละเอียดสำคัญที่ทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อพบว่ามีบุคคลสำคัญหลายคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและการถือครองทรัพย์สินของอดีตพระชื่อดังรูปนี้ เครือข่ายขยายวงกว้าง พบอดีตผอ.พศ.และตลกดังเข้าข่าย จากการสืบสวนที่ผ่านมา พบว่าคดีนี้ไม่ได้มีเพียงตัวละครหลักเท่านั้น แต่มีเครือข่ายที่ขยายออกไปในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงและตำแหน่งสำคัญเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ ตลกชื่อดัง ที่ได้เข้าไปถือครองโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต การเปิดเผยครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับขนาดและความซับซ้อนของเครือข่าย ที่ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินวัดผิดประเภท แต่ยังรวมถึงการหาผลประโยชน์จากช่องทางต่างๆ ที่มีมูลค่าเงินจำนวนมหาศาล พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า บุคคลทั้งสองมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกัน คือ การเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เงินวัดเท่านั้น รายละเอียดทรัพย์สินมูลค่า 140 ล้านบาท หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอย่างใกล้ชิด คือ การที่มีบุคคลใกล้ชิดที่มีอักษรย่อ “นางสาว ว.” ได้ถือครองโฉนดที่ดินที่มีมูลค่ารวมกันถึง 140 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย และทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเงินทุนเหล่านี้มาจากไหน การตรวจสอบขยายผลเส้นทางการเงินและทรัพย์สินในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการดูเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เป็นการขุดลึกไปถึงรากเหง้าของปัญหา เพื่อให้เห็นภาพรวมของการเคลื่อนไหวทางการเงินที่เกิดขึ้น และเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ยืนยันว่า ตำรวจอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยไม่เว้นแม้แต่คนเดียว เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครหลุดพ้นจากความรับผิดชอบที่พึงมี และเพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย มุมมองของอดีตพระอลงกต ต่อการถูกโกงเงิน สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งในคดีนี้ … Read more

เดือดแน่! “พุทธ Phutta Talk” เตรียมเปิดประเด็นดัง ผู้หยั่งรู้อนาคตรายต่อไปที่เตรียมตามรอยหมอบี ได้ยินชื่อแล้วจะตกใจ

โลกโซเชียลมีเดียไทยเกิดความปั่นป่วนอีกครั้งหลังจาก พุทธ อภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้ประกาศข่าวชื่อดังและปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่อง 8 ได้ออกมาส่ายพิษในรายการใหม่บนช่องยูทูป “Phutta Talk” โดยเผยว่า หลังจากเรื่องของ “หมอบี” จบไปแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งถึงสองเดือน จะมี “หมอผีรายต่อไป” ที่ใกล้เข้ามาอีกคน เปิดประเด็นระเบิด “หมอผีรายต่อไป” ในรายการ “Phutta Talk” ตอนล่าสุด พุทธ อภิวรรณได้เกริ่นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมไทย โดยเผยว่า: “นอกจากบริวารบี และบริวารสมีจอร์จจบไปแล้ว เรื่องก็ยังไม่ได้จบ เข้าใจว่าอีกไม่เกิน 1-2 เดือน หมอผีรายต่อไป ใกล้เข้ามาอีกคนแล้ว ต่อไปจะถึงคิวผู้ที่รู้อนาคตอีกคนนึง ยังไม่ได้บอกว่าเขาผิดนะ เขายังไม่ผิด แต่คุณเตรียมเลย คุณน่าจะเป็นรายต่อไป” รายละเอียดที่น่าตกใจ พุทธ อภิวรรณได้เผยเพิ่มเติมว่า “จะคล้ายๆ บีอีกหรือไม่ เปิดชื่อออกมาทุกคนจะตกใจ มีดาราหลายคนนิยมขึ้นมาก ไม่บอกผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ต้องมาถาม แต่น่าสนใจมาก” คำเตือนสำคัญถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง พุทธ อภิวรรณได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า “รอให้สะเด็ดการเมืองก่อน เดี๋ยวพุทธจะจัดการเล่นเรื่องนี้ แล้วทุกคนจะตกใจ … Read more

ประเสริฐ ชี้ชัด อย่าด่วนสรุปภูมิใจไทยตั้งรัฐบาล เผยดีเอ็นเอเพื่อไทย-ประชาชน ใกล้เคียงกัน

เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องความคืบหน้าในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย “ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเสียง และผมมั่นใจว่าเสียงที่มีอยู่นั้นจะมีจำนวนเพียงพอสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล” นายประเสริฐกล่าวด้วยความมั่นใจ เมื่อนักข่าวถามเรื่ององค์ประกอบของรัฐบาลใหม่ว่ายังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหรือไม่ นายประเสริฐตอบยืนยันว่า “ตามหลักการที่ได้แถลงร่วมกันเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ก็ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอยู่” อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำถามเกี่ยวกับการไม่ปรากฏตัวของแกนนำพรรคกล้าธรรมในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายประเสริฐได้ชี้แจงว่า “ผมทราบว่าพรรคกล้าธรรมในวันนั้นติดประชุมพรรค แต่ทั้งนี้ก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันแล้ว” โต้ตัวเลขภูมิใจไทย 288 เสียง ชี้ประชาชน-กล้าธรรมยังไม่ตอบรับ ประเด็นที่สร้างความสนใจไม่น้อยคือการที่พรรคภูมิใจไทยออกมาประกาศตัวเลขการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ถึง 288 เสียงแล้ว ซึ่งนายประเสริฐได้ออกมาโต้แย้งอย่างชัดเจน “อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าทางฝั่งภูมิใจไทยมีตัวเลขจำนวนดังกล่าว เพราะทางพรรคประชาชนก็ยังไม่ได้ตอบรับ แล้วทึกทักเอาเองว่าเอาไปรวมแล้ว จริงๆ พรรคประชาชนยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ พรรคกล้าธรรมก็ยังไม่ได้ตอบรับ เพราะฉะนั้นตัวเลขนี้ยังสรุปไม่ได้” นายประเสริฐกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการนับเสียงของฝั่งตรงข้าม การแถลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะการที่พรรคต่างๆ ยังคงอยู่ในช่วงของการเจรจาและไม่มีใครออกมายืนยันจุดยืนอย่างเป็นทางการ นายประเสริฐยังได้เสริมว่า “มีพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนไปเปิดตัวร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยก็ตามภาพที่ปรากฏ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตั้งรัฐบาลได้ และไม่ได้หมายความว่าจำนวนเสียงจะมีเพียงพอ” เปิดใจเรื่องการเจรจากับประชาชน เผยดีเอ็นเอใกล้เคียงกับเพื่อไทย … Read more

เพื่อไทยแถลงด่วน ต่อสาย ดีล ปชน.ชี้หากภท.เป็นรัฐบาล โดนล้มเขากระโดง-ฮั้วส.ว

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงด่วนยืนยันความมั่นคงของรัฐบาล ท่ามกลางข่าวลือและสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยอ้างว่าสามารถรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 280 เสียง ซึ่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ภูมิธรรมยืนยันเสียงรัฐบาลยังแน่นปึก นายภูมิธรรมกล่าวในการแถลงด่วนว่า “รัฐบาลยังจับมือกันเหนี่ยวแน่น พร้อมทำงาน เสียงรัฐบาลยังเหมือนเดิม” โดยเน้นย้ำถึงความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาล และการที่รัฐบาลยังคงมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องข้อเสนอต่างๆ ที่เข้ามา นายภูมิธรรมระบุว่า “ในข้อเสนอไม่ว่าของฝ่ายใด อะไรเป็นแนวทางเดียวกับพรรค เราก็พร้อมพิจารณา พร้อมรับความคิดจากทุกๆ ฝ่ายที่จะร่วมมือกันให้รัฐบาลมั่นคง และทำงานให้ประชาชนได้” พรรคประชาชนเสนอเงื่อนไขการร่วมงาน สถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอเงื่อนไขการให้ความร่วมมือ โดยพรรคประชาชนมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 142-143 เสียง ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสำคัญในการตัดสินใจทางการเมือง นายภูมิธรรมกล่าวถึงเงื่อนไขที่พรรคประชาชนเสนอว่า “สิ่งที่พรรคประชาชนเสนอเงื่อนไข แม้ภูมิใจไทยตอบรับแล้ว เราก็เห็นว่าที่พรรคประชาชนเสนอ ก็ไม่แตกต่างจุดยืนกับเรา เราก็อยากสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม” ตามรายงานข่าวที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้วางเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การยุบสภาภายใน … Read more

ภูมิใจไทยตอบรับข้อเสนอประชาชน เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมแก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภาภายใน 4 เดือน

ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศตอบรับข้อเสนอของพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภาผู้แทนราษฎรภายในระยะเวลา 4 เดือนหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเอกฉันท์ ตามรายงานจากแหล่งข่าวในวงการเมือง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พรรคภูมิใจไทยได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค เพื่อพิจารณาข้อเสนอที่พรรคประชาชนได้นำเสนอมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผลการประชุมได้ออกมาในเชิงบวก ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นผู้รับข้อเสนอของพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งดำเนินการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในทิศทางการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง ความชอบธรรมทางการเมืองและข้อจำกัดของกฎหมาย พรรคภูมิใจไทยได้ให้เหตุผลในการตัดสินใจรับข้อเสนอนี้ว่า ตามความชอบธรรมและประเพณีปฏิบัติทางการเมือง พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดในสภา มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของกฎหมายที่มีอยู่ทำให้พรรคประชาชนไม่สามารถเสนอบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่นำไปสู่การหาทางออกใหม่ในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างพรรค ข้อจำกัดทางกฎหมายดังกล่าวได้สร้างสถานการณ์ที่ซับซ้อนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดไม่สามารถนำเสนอผู้สมัครนายกรัฐมนตรีจากพรรคตนเองได้ ทำให้ต้องหาพันธมิตรทางการเมืองเพื่อแก้ปัญหานี้ แนวทางการสนับสนุนและเป้าหมายระยะสั้น การหารือระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งได้ให้ผลลุล่วง โดยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าสามารถรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน ยุทธศาสตรที่วางไว้มีความชัดเจน คือ หลังจากจัดตั้งรัฐบาลและแก้ปัญหาเร่งด่วนแล้ว จะดำเนินการยุบสภาผู้แทนราษฎรและจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองตามกำหนดเวลาที่พรรคประชาชนเสนอ แนวทางนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับหน้าที่ในการแก้ปัญหาประเทศเป็นหลัก มากกว่าการยึดครองอำนาजในระยะยาว ซึ่งอาจเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาชาติที่กำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย การเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม หลังจากการประกาศตอบรับข้อเสนอแล้ว พรรคภูมิใจไทยได้วางแผนที่จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาหารือเพื่อขอรับการสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์วิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในหลายมิติ สถานการณ์ปัญหาที่รัฐบาลใหม่จะต้องเผชิญมีความซับซ้อนและหลากหลาย ประกอบด้วยภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ … Read more

หน่วยงานรัฐระดมพลังช่วย “น้องตงเฮง” แม่กัมพูชายืนยันเป็นลูกแท้พ่อเลี้ยงไทย เตรียมยื่นศาลพิสูจน์ DNA

จังหวัดสุรินทร์ – กรณีของเด็กชายตงเฮง ระเสม็ย วัย 13 ปี และมารดาชาวกัมพูชา ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเชิญตัวเด็กชายออกจากโรงเรียนบัวเชดวิทยา อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการผลักดันกลับประเทศกัมพูชา เนื่องจากมีสถานะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความซาบซึ้งให้กับสาธารณชนเมื่อเห็นภาพครูและเพื่อนนักเรียนร้องไห้กอดกันอย่างอาลัย ก่อนที่น้องตงเฮงจะต้องจากไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและความรักที่มีต่อกันในชุมชนการศึกษา ความเป็นมาของคดี เด็กชายตงเฮง ระเสม็ย อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน พร้อมกับมารดา นางเซียบ พารม (SEAP PHAROM) อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นชาวกัมพูชา ทั้งสองได้เดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยผ่านด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว โดยในขณะนั้นเด็กชายมีอายุเพียง 5 ขวบ สาเหตุที่ทำให้ทั้งสองมีสถานะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมารดาขาดความรู้เรื่องขั้นตอนการประทับตราหนังสือเดินทางเข้าประเทศ ทำให้ไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนด และอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ข้อมูลสำคัญเรื่องพ่อที่แท้จริง จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบข้อมูลสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของคดีนี้ได้อย่างมาก นางเซียบ พารม ได้ให้การยืนยันว่า เด็กชายตงเฮงเป็นบุตรแท้ๆ ของนายศิริโชค เภาว์เพ็ง อายุ 67 ปี … Read more

ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด “แพทองธาร” ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากคลิปสนทนาฮุนเซน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ส่งผลให้ครม.พ้นทั้งคณะ

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 – ความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกัน ศาลรัฐธรรมนูญนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยท่ามกลางความตึงเครียด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 36 คน ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ คำร้องดังกล่าวระบุว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันสืบเนื่องมาจากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร … Read more

หมอสุรัตน์เปิดโปง: วิเคราะห์เทคนิค ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ทำไมคนถึงเชื่อว่าทายแม่น

ปรากฏการณ์ความเชื่อเรื่องสื่อวิญญาณกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในสังคมไทย หลังจากกรณี “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ผศ. นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ได้เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” ถึงการวิเคราะห์เทคนิคที่ “หมอบี” ใช้ในการทำให้ผู้คนเชื่อว่าเธอสามารถสื่อสารกับวิญญาณและทายอนาคตได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเทคนิคการใช้ “คำถามนำ” ที่ส่งผลต่อการรับรู้และความทรงจำของผู้ถูกทาย การใช้คำถามนำ: กลยุทธ์ในการสร้างความน่าเชื่อถือ ผศ. นพ.สุรัตน์ เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้ศึกษาวิดีโอของหมอบีหลายเทป ทั้งเก่าและใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทายว่าเห็นผี การระลึกชาติ รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พบว่าเทคนิคสำคัญที่หมอบีใช้คือ “การถามนำ” (leading questions) เพื่อชี้นำให้คู่สนทนาตอบไปในทิศทางที่ต้องการ “การถามนำเป็นเทคนิคที่ฉลาดมาก เพราะเป็นการวางกรอบให้คู่สนทนาตอบตามที่เราต้องการโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว” ผศ. นพ.สุรัตน์ กล่าว “เมื่อคู่สนทนาตอบตามกรอบที่วางไว้ ก็จะเกิดความรู้สึกว่าผู้ถามมีความสามารถพิเศษ รู้เรื่องราวของตนเองอย่างแม่นยำ” ตัวอย่างเช่น หากหมอบีต้องการนำเสนอว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับ “แม่บ้าน” ของคู่สนทนา อาจเริ่มด้วยคำถามกว้างๆ เช่น “ที่บ้านมีใครทำกับข้าวให้ใช่ไหมครับ?” หรือ “ผู้หญิงที่บ้านชอบทำกับข้าวหรือเปล่า?” เมื่อคู่สนทนาตอบว่า “ใช่ครับ แม่ทำ” ก็จะนำประเด็นนี้มาต่อยอด ทำให้ดูเหมือนว่าสามารถล่วงรู้เรื่องราวได้อย่างแม่นยำ … Read more

“ทิดสมปอง” ครอบครองที่ดินมูลค่าสูง กลางวิกฤตหนี้สิน 13 ล้าน เปิดแฟ้มทรัพย์สินมหาศาลที่ซุกซ่อน

เพจดังเปิดเผยข้อมูลชวนตกใจเกี่ยวกับทรัพย์สินมหาศาลของอดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง “ทิดสมปอง นครไธสง” ท่ามกลางกระแสข่าวการยืมเงินจากพระอลงกต จำนวน 13 ล้านบาท สร้างคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสและที่มาของทรัพย์สินจำนวนมาก จากพระนักเทศน์ชื่อดังสู่นักธุรกิจที่เต็มไปด้วยคำถาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยต่างให้ความสนใจกับกรณีของ “ทิดสมปอง นครไธสง” อดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง ผู้สร้างชื่อจากการเทศน์ที่แหวกแนวและเข้าถึงง่าย ก่อนจะลาสิกขาออกมาใช้ชีวิตทางโลกและหันมาประกอบธุรกิจหลากหลาย ซึ่งล่าสุดตกเป็นข่าวใหญ่กรณีมีภาระหนี้สินกับพระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ จำนวน 13 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก “เดอะ พิซซ่า เมตตาดี” ได้โพสต์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทรัพย์สินของทิดสมปอง โดยระบุว่าแม้ทิดสมปองจะอ้างว่ามีหนี้สินกว่า 10 ล้านบาท แต่ความจริงแล้วอดีตพระนักเทศน์รายนี้มีทรัพย์สินมากมายที่อาจมีมูลค่ารวมกันสูงกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เพจดังกล่าวเขียนข้อความที่น่าสนใจว่า “ทิดสมปอง กำลังเป็นสปอตไลท์ไม่ว่าขยับไปทางไหน ไม่ว่าสื่อ และสังคมล้วนให้ความสนใจโดยเฉพาะการเดินหน้าทำธุรกิจ และการปลดหนี้ 10 ล้านบาท เราได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่า ฐานะทางบ้าน ทิดสมปอง ไม่ธรรมดา อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแลนด์ลอร์ดคนหนึ่งเลยทีเดียว” เส้นทางจากครอบครัวมีที่ดินผืนเดียวสู่เจ้าของที่ดินหลายร้อยไร่ ตามข้อมูลที่เพจดังกล่าวได้เปิดเผย โดยอ้างคำบอกเล่าจากชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่าก่อนที่ทิดสมปองจะบวชเรียน ครอบครัวของเขามีที่ดินเพียงผืนเดียวเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ครอบครัวนครไธสงกลับกลายเป็นเจ้าของที่ดินหลายแปลงในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งแต่ละแปลงล้วนมีขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูง … Read more

ยิ่งฟังยิ่งขนลุก! เปิดโปงเส้นทางเงินพันล้านวัดพระบาทน้ำพุ พบบุคคลเกี่ยวข้องกว่า 20 ราย

คดีวัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่สั่นสะเทือนวงการศาสนาและสังคมไทย หลังจากที่อดีตพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และหมอบี ถูกนำตัวไปฝากขังในข้อหายักยอกเงินบริจาค ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 รายการโหนกระแสวันนี้ได้เชิญ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. มาเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของวัดดังกล่าว ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมรายการและสาธารณชนเป็นอย่างมาก พ.ต.ท.สิริพงษ์ เปิดเผยว่า ทีมสืบสวนได้เริ่มเข้าไปเก็บข้อมูลโดยโฟกัสเฉพาะธุรกรรมใหญ่เพียง 2 ประเภทเท่านั้น คือ การทำธุรกรรมทางออนไลน์ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 700,000 บาทขึ้นไป และการโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่กระนั้นก็ยังพบว่ามีเงินหมุนเวียนมากถึง 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น หากมีการตรวจสอบรายการเดินบัญชีทั้งหมด ตัวเลขอาจจะสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว เช็คร้อยล้านที่ไม่เคยนำเข้าบัญชี – ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ นอกจากนี้ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ยังเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (28 สิงหาคม) ทีมสืบสวนจาก ป.ป.ท. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบภายในวัดพระบาทน้ำพุ และพบเช็คประมาณ 30 ฉบับ มูลค่ารวมกว่าร้อยล้านบาท ที่สั่งจ่ายในนามวัดพระบาทน้ำพุ … Read more