14 วิธีก้าวผ่านความผิดหวังและเดินหน้าต่อไป ตามคำแนะนำจากนักจิตวิทยา

คุณเคยรู้สึกว่าทุกอย่างที่วางแผนไว้พังทลายลงหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นการไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง การถูกปฏิเสธจากคนที่ชอบ หรือแม้แต่แผนเล็กๆ ที่ต้องยกเลิกในนาทีสุดท้าย ความผิดหวังคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่สิ่งที่เราไม่ค่อยพูดถึงกันคือ มันเจ็บปวดและทรุดหนักแค่ไหน “ในฐานะนักจิตบำบัด ฉันเข้าใจดีว่าความผิดหวังเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลายคน เพราะมันมักกระตุ้นความรู้สึกลึกๆ เกี่ยวกับความไม่เพียงพอ การสูญเสีย และความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง” ซานดรา คุชเนียร์ นักจิตบำบัดครอบครัวและผู้ก่อตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาเมริเดียนกล่าว “ความผิดหวังสามารถทำลายความรู้สึกควบคุมชีวิตของเราและกระตุ้นอารมณ์ที่นำไปสู่ความวิตกกังวล ความโกรธ หรือความเศร้า” เมื่อเราไม่รับมือกับความผิดหวังอย่างถูกวิธี มันอาจสะสมและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่ใหญ่ขึ้น โชคดีที่มีกลยุทธ์หลายอย่างที่สามารถช่วยให้คุณรับมือหลังจากถูกทำให้ผิดหวัง วิธีจัดการความผิดหวังในที่ทำงาน ในสถานที่ทำงาน ความผิดหวัง “อาจเกิดจากเป้าหมายในอาชีพที่ไม่บรรลุ การไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือรู้สึกว่าไม่ได้รับการชื่นชม” คุชเนียร์อธิบาย ต่อไปนี้คือเคล็ดลับในการจัดการความผิดหวังที่เกี่ยวข้องกับงาน 1. ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ก่อนอื่น คุณไม่ควรพยายามผลักไสความรู้สึกของตัวเองหากกำลังเผชิญกับความผิดหวังในงาน “แทนที่จะกดทับความผิดหวัง ให้รับรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร” คุชเนียร์แนะนำ ลองแบ่งปันความรู้สึกกับเพื่อน คู่สมรส หรือเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ ลองนึกภาพว่า คุณเพิ่งรู้ว่าตำแหน่งหัวหน้าทีมที่คุณตั้งตารอมานานถูกมอบให้กับคนอื่น ในช่วงเวลานั้น อย่าบังคับตัวเองให้แสร้งทำเป็นว่าไม่เป็นไร การยอมรับว่า “ฉันรู้สึกผิดหวังมากจริงๆ” เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเยียวยาตัวเอง 2. ตั้งความคาดหวังที่สมเหตุสมผล หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการลดความผิดหวังในที่ทำงานคือการตั้งความคาดหวังที่สมเหตุสมผล เอพริล โครว์ นักสังคมสงเคราะห์คลินิกกล่าวว่า “การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งจำเป็น … Read more

ออกกำลังกายหรือนั่งสมาธิในธรรมชาติดีกว่ากัน? วิจัยใหม่เผยคำตอบที่คุณรอคอย

ทุกครั้งที่ปีใหม่มาถึง หลายคนมักจะตั้งเป้าหมายว่าจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้น บางคนอาจคิดว่าจะไปฟิตเนสเพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรง บางคนอาจจะเลือกเริ่มต้นนั่งสมาธิหรือฝึกโยคะเพื่อความสงบใจ แต่คำถามที่ตามมาคือ วิธีไหนดีกว่ากัน? หรือจริงๆ แล้วเราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจริงหรือ? คำถามนี้ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่สงสัย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวอนซี ประเทศเวลส์ ตั้งคำถามเดียวกันนี้และทำการศึกษาวิจัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยรวบรวมข้อมูลจากการทดลองกว่า 183 งานวิจัย ครอบคลุมผู้เข้าร่วมเกือบ 23,000 คน เพื่อหาคำตอบว่าวิธีการดูแลสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) แบบไหนมีประสิทธิภาพมากที่สุด การค้นหาคำตอบผ่านวิทยาศาสตร์: งานวิจัยที่ครอบคลุมที่สุดในประวัติศาสตร์ การศึกษานี้ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลธรรมดา แต่เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกที่เรียกว่า “การวิเคราะห์อภิมาน” (Meta-analysis) ที่รวบรวมผลการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Trials) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานทองคำในโลกการวิจัย สิ่งที่พิเศษของการศึกษานี้คือ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเปรียบเทียบวิธีการจากหลายสาขาวิชาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น: แนวทางทางจิตวิทยา เช่น การบำบัดด้วยการรู้สึกกตัญญู การฝึกความรู้สึกเชิงบวก แนวทางทางกายภาพ เช่น การออกกำลังกาย การเต้นแอโรบิก แนวทางจิตใจและร่างกายผสมผสาน เช่น โยคะ ไทเก๊ก การนั่งสมาดิ แนวทางจากธรรมชาติ เช่น การเดินในป่า การทำสวน ทีมวิจัยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “การวิเคราะห์อภิมานแบบเครือข่าย” (Network … Read more